
นายกฯ ไฟเขียว ตั้ง “เสธ.ปูด้วง” นั่งเลขาฯ คนใหม่ รับมือชายแดนใต้
นายกฯ ย้ำใช้คนเหมาะกับงาน ดันนายทหารสายยุทธการคุมงานความมั่นคง จับตาทิศทางเชิงรุกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เห็นชอบแต่งตั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ หรือ “เสธ.ปูด้วง” เสนาธิการทหารบก ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. คนใหม่ โดยเตรียมนำแนวทางเชิงรุกมาใช้รับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาและความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
มติดังกล่าวมีขึ้นในการประชุม สมช. ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
นายอนุทินกล่าวว่า การพิจารณาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งครั้งนี้ยึดหลักการใช้คนให้เหมาะสมกับงาน พร้อมระบุว่า ที่ประชุมได้รับทราบยุทธศาสตร์การบริหารจัดการและแนวทางทำงานรูปแบบใหม่สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้สถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ปรับตัวดีขึ้น
พล.อ.ชัยพฤกษ์เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 ร่วมรุ่นกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทำให้มีบทบาทประสานงานกับนายอนุทินในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด
ตลอดเส้นทางราชการ พล.อ.ชัยพฤกษ์เติบโตจากสายงานยุทธการของกองทัพบก มีภาพลักษณ์ด้านการทำงานที่เด็ดขาดและเน้นการปฏิบัติเชิงรุก สำหรับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เคยแสดงจุดยืนให้ลดทอนขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายตรงข้ามในระยะยาว ส่วนสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ สนับสนุนการปรับยุทธวิธีให้ฝ่ายทหารเป็นฝ่ายเปิดปฏิบัติการมากขึ้น
ตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ว่างลงหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ให้นายฉัตรชัย บางชวด ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. มาประมาณ 2 ปี ย้ายไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทนนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569
การเปลี่ยนผู้นำ สมช. จากข้าราชการพลเรือนสายตรงเป็นนายทหารสายยุทธการ สะท้อนว่ารัฐบาลอาจเพิ่มน้ำหนักให้แนวทางด้านการทหารและการจัดการเชิงรุก เพื่อรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงทั้ง 2 พื้นที่ ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตาผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการพลเรือนภายใน สมช. หลังบุคคลจากภายนอกเข้ามาดำรงตำแหน่งสูงสุดของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง







