posttoday
ราชกิจจาฯ ประกาศแล้วกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง ครอบคลุมเหตุชุมนุม-แสดงออกกว่า 20 ปี

ราชกิจจาฯ ประกาศแล้วกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง ครอบคลุมเหตุชุมนุม-แสดงออกกว่า 20 ปี

23 สิงหาคม 2569

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ใช้บังคับ 24 ส.ค. นิรโทษกรรมคดีการเมือง ครอบคลุมเหตุชุมนุม-แสดงออกกว่า 20 ปี ให้โอกาสประชาชนและสังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขสามัคคี

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ มีเนื้อหาบางส่วนดังนี้

 

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการสร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมืองซึ่งได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

 

 

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569”

 

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (24 สิงหาคม 2569) เป็นต้นไป

 

มาตรา 3 พระราชบัญญัตินี้มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 หรือที่เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใด ที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

 

มาตรา 4 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข” ประกอบด้วย

 

 

  1. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ 
  2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ 
  3. ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการ 
  4. เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นกรรมการ 
  5. ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ
  6. ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ
  7. ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ 
  8. ผู้เชี่ยวชาญในองค์กรภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งและอำนวยความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอ จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ 
  9. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ 

 

บุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งตาม (5) (6) (7) และ (8) ต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียตามพระราชบัญญัตินี้

 

ให้มีการประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขครั้งแรกภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ

 

อ่านฉบับเต็มที่นี่ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/123992.pdf?fbclid=IwRlRTSAT3nRdwZG9mBWZkaWQWUNDFvV5M47K39VSF8FQT3KFwIlNTL2V4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkCjY2Mjg1NjgzNzkAAR6TmkCAM8ifvWZ9M6RV7vvchCU_4YSdJknbuF2yCZedKozFjfQIPKZ_VBdLtQ_aem_WeRIw5e7O9r7RM-Y-N7Sng

ข่าวล่าสุด

"อภิสิทธิ์” ขอ ป.ป.ช. กำหนดนโยบายกันพยานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ชัด

"อภิสิทธิ์” ขอ ป.ป.ช. กำหนดนโยบายกันพยานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้ชัด