posttoday
สมช.สั่งเข้ม จุด เข้า - ออก ชายแดนใต้ ปมคนร้ายหนีซบประเทศเพื่อนบ้าน

สมช.สั่งเข้ม จุด เข้า - ออก ชายแดนใต้ ปมคนร้ายหนีซบประเทศเพื่อนบ้าน

31 กรกฎาคม 2569

สมช.สั่ง 6 มาตรการคุมความสงบ ใน 3 จ. ชายแดนใต้ สั่งทหาร-ตร.ผนึกกำลังคุมชายแดน โดยเฉพาะจุดเข้าออก ปมคนร้ายหนีออกนอกชายแดน

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถึงสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และการเจรจาเพื่อสันติสุขชายแดนใต้ ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังความปลอดภัย และติดตามการก่อเหตุนอกพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยที่เน้นย้ำให้หน่วยความมั่นคง ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะจุดสำคัญตรงคนเข้าออก เพราะมีการคาดการณ์ว่า คนก่อเหตุน่าจะหลบหนีออกนอกชายแดนไปกบดานประเทศเพื่อนบ้าน 

 

ที่ประชุมเห็นชอบบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด กับผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงและผู้ที่อยู่ในกองกำลังติดอาวุธ กลุ่มเตรียมการที่จะก่อเหตุ ครอบคลุมทุกพื้นที่ ให้บุคคลละลายกลุ่มเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย , ที่ประชุมทบทวนเนื้อหาการพูดคุยเจรจาสันติสุข มีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการสะดวกในช่วงหนึ่ง

 

ซึ่งอาจจะมีการพูดคุยจะต้องมีการทบทวนในเนื้อหา ดูลำดับก่อนหลังว่าเนื้อหานั้น มีเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้หัวหน้าคณะการเจรจาน่าจะมีแนวทางแล้ว ทั้งนี้ที่ประชุมให้ไปทบทวนเนื้อหาเพื่อทำการพูดคุยอย่างเหมาะสมกับบรรยากาศสถานการณ์ในพื้นที่

 

ที่ประชุมเน้นย้ำให้มีการเปิดช่องทาง ให้มามากขึ้นสำหรับผู้ที่มีความเห็นต่างกลับคืนสังคมหรือโครงการ พาคนกลับบ้าน สำหรับคนที่เบื่อหน่ายกับการต่อสู้ให้สามารถกลับคืนเข้าสู่สังคมได้ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเปิดช่องทาง กลับคืนสังคมให้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

สร้างความร่วมมือกับประเทศมาเลเซียทางการทูตและความมั่นคง โดยเฉพาะการประสานงาน เรื่องหมายจับอินเตอร์โพล ทั้งหมายดําและหมายแดง นำผู้ก่อผู้ก่อเหตุความรุนแรงที่หลบหนีอยู่ในประเทศมาเลเซียมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้มีการออกหมายแดงไปแล้วจำนวนหนึ่ง

 

โดยประเทศมาลาเซียจะต้องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมา และกำชับในเรื่องการสื่อสารต่อสาธารณะโดยเฉพาะข่าวกรอง ข่าวยั่วยุ ข่าวบ่อนการทําลายในขณะนี้ ทำให้เกิดการแตกแยกและความเข้าใจผิดชาวบ้านในพื้นที่กับหน่วยงานภาครัฐ จะต้องมีการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้มีบรรยากาศยั่วยุ เป็นการสร้างความคลาดเคลื่อน

 

หลังจากนี้รัฐบาลจะกำชับมาตรการต่าง ๆ และเรื่องที่ทำอยู่แล้วจะทำให้มีการเพิ่มเติม โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ และกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่อย่างเด็ดขาด 

 

ส่วนการประเมินสถานการณ์การพูดคุยเจรจาสันติสุขนั้นจะมีอีกหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ตามนโยบายจะต้องมีการพูดคุยตามเวลาที่เหมาะสมและเอื้อต่อบรรยากาศ สร้างสันติสุขและบรรลุเป้าหมาย อย่างไรก็ตามจะต้องมีการพูดคุย แต่ต้องดูจังหวะเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทำไม? ไทยติดเกณฑ์ 1 ข้อ แต่ยังอยู่ใน “บัญชีจับตาค่าเงิน” ลุ้นหลุดโผรายงานฉบับหน้า

ทำไม? ไทยติดเกณฑ์ 1 ข้อ แต่ยังอยู่ใน “บัญชีจับตาค่าเงิน” ลุ้นหลุดโผรายงานฉบับหน้า