
กทม.จับมือตร.ลุยตรวจ1,100 ผับกรุง 60 วันเซ่นปมไฟไหม้โรงเบียร์
กทม.จับมือตำรวจปูพรมตรวจสถานบันเทิง 1,100 แห่งใน 60 วัน ถอดบทเรียนไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ยกระดับความปลอดภัยเข้ม ชวนแจ้งเหตุผ่าน Traffy Fondue
KEY
POINTS
- กทม. ร่วมมือกับตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจเข้มสถานบันเทิง เพื่อถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์
- ตั้งเป้าหมายตรวจสถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายกันกว่า 1,100 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
- ใช้เช็กลิสต์มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ 17 ข้อที่พัฒนาขึ้นร่วมกัน เพื่อยกระดับการตรวจสอบให้ครอบคลุมทั้งโครงสร้างอาคารและทางหนีไฟ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ร่วมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ 50 นาย ณ สน.ทองหล่อ ก่อนลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานบันเทิงย่านทองหล่อ–เอกมัย (ซอยเอกมัย 5 และซอยทองหล่อ 13) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการถอดบทเรียนครั้งสำคัญจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย กทม.
จึงได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาเช็กลิสต์มาตรฐานใหม่รวม 17 ข้อ (ต่อยอดจากเช็กลิสต์อัคคีภัยเดิมของตำรวจ 10 ข้อ)
ครอบคลุมโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า ทางหนีไฟ ไปจนถึงวัสดุตกแต่งที่ติดไฟง่ายซ่อนอยู่เหนือฝ้าเพดาน ซึ่งเป็นจุดบอดที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก โดย กทม. กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจัดทำเอกสารรับรองจากวิศวกรอย่างเคร่งครัด
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการหลังจากนี้จะเร่งตรวจสถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการกว่า 1,100 แห่งทั่วกรุงเทพมหานครให้ครบ 100% ภายใน 60 วัน
โดยจะจัดลำดับจากแห่งที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีประวัติถูกร้องเรียนก่อน พร้อมเพิ่มมาตรการกำหนดจำนวนผู้ใช้บริการสูงสุด (Occupancy) เพื่อป้องกันความแออัดที่เป็นอุปสรรคต่อการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ทั้งนี้ การตรวจจะทำอย่างต่อเนื่องและใช้วิธีสุ่มตรวจเป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการต่อเติมหรือปิดกั้นทางหนีไฟในภายหลัง นอกจากนี้ยังเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสความเสี่ยงผ่านระบบ Traffy Fondue ซึ่งล่าสุดมีผู้แจ้งเข้ามาแล้วกว่า 21 กรณี
ทางด้านผลการลงพื้นที่ย่านทองหล่อ-เอกมัย ล่าสุด ผู้อำนวยการเขตวัฒนา ระบุว่า จากการตรวจสถานประกอบการ 2 แห่ง พบแห่งแรกมีข้อบกพร่องด้านกายภาพหลายประการ
จึงสั่งระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราวเพื่อแก้ไขทันที ส่วนแห่งที่สองพบจุดต้องปรับปรุง เช่น การขยายประตูหนีไฟและการติดตั้งระบบกันควัน ซึ่งจะมีการเข้าตรวจซ้ำ
ทั้งนี้ ในพื้นที่เขตวัฒนามีสถานประกอบการรวม 89 แห่ง ที่ผ่านมามีการสั่งปิดไปแล้ว 3 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 1 แห่ง และสั่งปิดเพิ่มจากการตรวจครั้งนี้อีก 1 แห่ง (รวมเป็น 5 แห่ง)
ขณะที่ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า การตรวจร่วมกันจะช่วยลดความซ้ำซ้อนและโปร่งใส หากประชาชนพบเจ้าหน้าที่ทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์
สามารถแจ้งผ่าน Traffy Fondue เพื่อลงโทษทางวินัยและกฎหมายขั้นเด็ดขาดทันที โดยในระยะยาว รัฐบาลเตรียมตั้งคณะทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อปรับปรุงกฎหมายสถานบริการและการจัดโซนนิ่งให้ทันสมัย ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอยขึ้นอีก







