
นิด้าโพลชี้ คนไทยห่วง ต่างชาติทำผิดกฎหมาย ยก "ธุรกิจสีเทา" อันตรายอันดับ 1
นิด้าโพลชี้ คนไทยห่วง ต่างชาติทำผิดกฎหมาย ฮุบธุรกิจ-ซื้อที่ดิน-แย่งอาชีพสงวน ยก "ธุรกิจสีเทา" อันตรายอันดับ 1
ปัญหากลุ่มทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศไทยอย่างไม่ถูกต้อง กำลังเป็นประเด็นที่สังคมไทยจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ต่างชาติ ผิดกฎหมาย" ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าคนไทยมีความกังวลต่อสถานการณ์ ต่างชาติทำผิดกฎหมาย ในระดับที่สูงมาก โดยเฉพาะประเด็นการฟอกเงินและการแย่งชิงทรัพยากรภายในประเทศ
การสำรวจครั้งนี้จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง ใช้วิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ตามหลักสถิติ (ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0) เพื่อเจาะลึกถึงมุมมองที่คนไทยมีต่อพฤติกรรมอันตรายของชาวต่างชาติ
พฤติกรรม ต่างชาติทำผิดกฎหมาย ที่คนไทยจัดว่า "อันตรายมาก"
เมื่อถามความคิดเห็นถึงพฤติกรรมที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อประเทศ ประชาชนได้จัดอันดับความรุนแรงของปัญหาไว้ดังนี้
อันดับ 1 ธุรกิจสีเทาและการฟอกเงิน: ประชาชนร้อยละ 94.05 มองว่าการเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่อันตรายมากที่สุด
อันดับ 2 การฮุบอสังหาริมทรัพย์: ร้อยละ 82.14 กังวลเรื่องการจ้างนอมินีชาวไทยเพื่อถือครองที่ดินในรูปแบบต่างๆ
อันดับ 3 การสวมสัญชาติ: ร้อยละ 81.76 มองว่าการจ้างคนไทยรับเป็นพ่อเด็กเพื่อให้ลูกได้สัญชาติไทย ถือเป็นภัยเงียบที่อันตรายมาก
อันดับ 4 ทัวร์ศูนย์เหรียญ: ร้อยละ 81.29 กังวลกับธุรกิจที่ผูกขาดและควบคุมระบบซื้อขายเฉพาะกลุ่มคนชาติเดียวกัน ซึ่งทำให้คนไทยขาดรายได้
อันดับ 5 การกลืนกินทางธุรกิจ: ร้อยละ 81.21 ชี้ว่าการใช้นอมินีเปิดธุรกิจหรือถือหุ้นใหญ่ เป็นเรื่องที่อันตรายมาก
อันดับ 6 การสร้างชุมชนต่างชาติ: ร้อยละ 77.48 ห่วงใยเรื่องการตั้งถิ่นฐานกระจุกตัวจนกลายเป็นเมืองหรือชุมชนของชาวต่างชาติ
อันดับ 7 ผิดเงื่อนไขการทำงาน: ร้อยละ 72.98 มองว่าการทำงานไม่ตรงกับใบอนุญาตเป็นเรื่องอันตราย
อันดับ 8 แย่งอาชีพสงวน: ร้อยละ 65.42 มองว่าการเข้ามาทำงานในอาชีพสงวนสำหรับคนไทย เช่น มัคคุเทศก์ หรือคนขับรถ เป็นพฤติกรรมที่สร้างผลกระทบโดยตรง
ประสบการณ์ตรง: สิ่งที่คนไทยพบเห็นด้วยตนเอง
แม้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 35.95 จะระบุว่าไม่เคยพบเจอพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายของชาวต่างชาติด้วยตนเอง แต่ตัวเลขของผู้ที่เคยพบเห็นกลับสะท้อนภาพความเป็นจริงที่น่าตกใจ โดยร้อยละ 26.11 เคยพบเห็นการทำธุรกิจสีเทา รองลงมาคือการจ้างนอมินีเปิดธุรกิจ (ร้อยละ 25.88) และการใช้ตัวแทนถือครองที่ดิน (ร้อยละ 20.92) นอกจากนี้ยังมีผู้พบเห็นการสร้างชุมชนต่างชาติ (ร้อยละ 18.85) และการแย่งอาชีพสงวน (ร้อยละ 17.71) ตามลำดับ
เปิดต้นตอปัญหา ทำไมต่างชาติถึงกล้าฝ่าฝืนกฎหมาย?
สำหรับปัจจัยสำคัญที่เปิดทางให้ชาวต่างชาติกล้ากระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ระบบการกำกับดูแลของภาครัฐ โดยผลสำรวจระบุถึงสาเหตุหลัก ดังนี้
- การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ: สูงถึงร้อยละ 67.10
- บทลงโทษไม่รุนแรง: ร้อยละ 59.31 มองว่ากฎหมายขาดความเด็ดขาด
- ช่องโหว่ทางนโยบาย: ร้อยละ 52.21 ชี้ว่านโยบายรัฐหรือกฎหมายเปิดช่องให้หาประโยชน์
- นักการเมืองทุจริต: ร้อยละ 50.46
- คนไทยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน: ร้อยละ 48.70
- ความหละหลวมในการตรวจสอบ: ร้อยละ 44.35 ระบุว่าเจ้าหน้าที่ละเลยการสอดส่องดูแล
ผลสำรวจของนิด้าโพลในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สังคมไทยตระหนักถึงปัญหา ต่างชาติทำผิดกฎหมาย อย่างลึกซึ้ง และมองเห็นรอยรั่วของระบบราชการอย่างทะลุปรุโปร่ง การแก้ไขปัญหานี้จึงไม่อาจพึ่งพาเพียงการจับกุมผู้กระทำผิดชาวต่างชาติเท่านั้น แต่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องปัดกวาดบ้านของตนเอง อุดช่องโหว่ทางกฎหมาย และจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง







