
โชว์ผลงาน! ปราบแก๊งสแกมเมอร์-นอมินีข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 20,000 ล้าน
'นายกฯอนุทิน' นำทีมตร.-รัฐบาล แถลงผลสำเร็จปราบอาชญากรรมออนไลน์และนอมินีข้ามชาติ รอบ 9 เดือน คดีลดลงกว่า69% ยึดทรัพย์แล้ว 24,000 ล้านบาท
22 มิ.ย. 2569 เวลา 11.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงานเร่งด่วนด้านความมั่นคงในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และตัดวงจรนอมินีข้ามชาติทั่วประเทศ
ผลงาน 9 เดือน "ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ACSC"
จากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงมิถุนายน 2569 สามารถลดความสูญเสียทางเทคโนโลยีได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
- สถิติคดีและมูลค่าความเสียหาย: จำนวนคดีรับแจ้งลดลง 69.2% และมูลค่าความเสียหายลดลง 87.3%
- การจับกุมเครือข่าย: จับกุมผู้ต้องหาแก๊งสแกมเมอร์ 29,233 ราย (เฉลี่ยวันละ 121 ราย) และจับหัวหน้าแก๊งระดับบอสได้กว่า 70 ราย รวมถึงจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องรวม 26 คน
- การยึดทรัพย์สิน: อายัดเงินและทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 24,000 ล้านบาท
มาตรการสกัดกั้นและป้องกัน
- ระงับหมายเลขโทรศัพท์คนร้ายและหมายเลขต้องสงสัยรวมกว่า 314,000 เลขหมาย (ลดการใช้โทรศัพท์หลอกลวงลง 77.94% ต่อเดือน)
- ปิดกั้นเว็บไซต์และแพลตฟอร์มโกงออนไลน์ 122,840 URLs (ปิดกั้นบน Facebook สูงสุด 108,517 URLs)
- ปิดบัญชีม้า 351,884 บัญชี ส่งผลให้บัญชีม้าทั้งหมดลดลง 83.67%
- ช่วยเหลือเหยื่อแบบเรียลไทม์ผ่าน Warroom ACSC ได้จำนวน 862 ราย
- การปฏิบัติการชายแดน : ตัดวงจรอินเทอร์เน็ตข้ามชาติ 10 ครั้ง และประสานประเทศเพื่อนบ้านทลายฐานสแกมเมอร์ตามแนวชายแดน (เช่น ปอยเปต, ชเวก๊กโก, ท่าขี้เหล็ก) พร้อมรับตัวคนไทยกลับประเทศ 1,862 ราย และผลักดันชาวต่างชาติลักลอบเข้าเมือง 2,647 คน
ปฏิบัติการล้างบาง "นอมินีต่างชาติ" ทวงคืนอธิปไตยเศรษฐกิจ 3 เฟส
สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์ และแรงงาน เปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินและทำธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ ยึดคืนที่ดินรวม 172 แปลง (พื้นที่ 130 ไร่ 1 งาน 25.8 ตารางวา) มูลค่ารวมสิ่งปลูกสร้างประมาณ 1,670 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดพื้นที่กลุ่มเสี่ยงดังนี้:
1.อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี (เฟส 1-2): ตรวจสำรวจ 3,754 บริษัท พบต่างชาติถือหุ้น 2,381 บริษัท และเสี่ยงเป็นนอมินี 243 บริษัท ดำเนินคดีแล้ว 105 คดี (ศาลพิพากษาลงโทษแล้ว 14 คดี)
2.พื้นที่ฝั่งอันดามัน (เฟส 3 - วันที่ 20 มิถุนายน 2569)
- จ.ภูเก็ต: ตรวจสำรวจ 31,970 บริษัท พบต่างชาติถือหุ้น 11,773 บริษัท และเสี่ยงเป็นนอมินี 632 บริษัท
- จ.พังงา: ตรวจสำรวจ 1,685 บริษัท พบต่างชาติถือหุ้น 346 บริษัท และเสี่ยงเป็นนอมินี 174 บริษัท
- จ.กระบี่: ตรวจสำรวจ 3,587 บริษัท พบต่างชาติถือหุ้น 749 บริษัท และเสี่ยงเป็นนอมินี 401 บริษัท
สรุปภาพรวม 4 จังหวัดภาคใต้: พบบริษัทที่มีความเสี่ยงเข้าข่ายเป็นนอมินีรวมกว่า 1,450 บริษัท โดยศาลอนุมัติหมายจับแล้ว 107 หมายจับ (ผู้ต้องหา 96 ราย) และจับกุมได้แล้ว 65 ราย (คนไทย 24 ราย ชาวต่างชาติ 41 ราย จากหลากหลายสัญชาติ อาทิ รัสเซีย ฝรั่งเศส อังกฤษ และอิสราเอล)
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ แต่จะไม่มีทางยอมให้อาชญากรข้ามชาติเข้ามาเอารัดเอาเปรียบคนไทยอย่างเด็ดขาด โดยสั่งการให้ตำรวจเดินหน้าเอกซ์เรย์ตรวจสอบพิกัดต้องสงสัยทั่วประเทศต่อไป







