
กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 สุดยอดเมืองอาหารโลกจาก Time Out 2 ปีซ้อน
กรุงเทพฯ ผงาดอันดับ 2! Time Out จัดอันดับเมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลก เพื่อหาจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์สายกินอย่างแท้จริง
ในการวางแผนท่องเที่ยว จุดเด่นของแต่ละเมืองย่อมเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจเลือกใช้เวลาทั้งวันไปกับการสำรวจแหล่งประวัติศาสตร์ หรือเดินท่องเที่ยวในเมืองนั้นๆ เพื่อดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงาม แต่สำหรับนักเดินทางอีกกลุ่มหนึ่ง จุดมุ่งหมายหลักของการท่องเที่ยวกลับมีเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ "อาหาร"
การทำความรู้จักแต่ละเมืองผ่านวัฒนธรรมอาหาร ถือเป็นการเข้าถึงแก่นแท้และจิตวิญญาณของสถานที่นั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ด้านรสชาติในปีนี้ "Time Out" สื่อไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลก ได้ประกาศผลการจัดอันดับเมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลกออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 เมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลก
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย คว้าอันดับที่ 2 มาครองได้สำเร็จเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยนิตยสารชื่อดังอย่าง Time Out ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มี "วัฒนธรรมอาหารริมทาง" หรือสตรีทฟู้ดที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์จนยากจะหาเมืองใดเทียบเคียง
ซึ่งรสชาติอาหารในกรุงเทพมหานครพร้อมเปิดประสบการณ์ให้นักชิมได้สัมผัสความอร่อยอย่างครบรส ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเผ็ดร้อน ผ่านเมนูขึ้นชื่ออันหลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจุดเด่นในเรื่องของความคุ้มค่า โดยนักท่องเที่ยวสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรสได้ในราคาไม่ถึง 5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 180 บาทเท่านั้น
ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ เม็กซิโกซิตี้ ที่นำเสนอวงการอาหารอันหลากหลาย ตั้งแต่ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ไปจนถึงตลาดสตรีทฟู้ดท้องถิ่น เมนูยอดฮิตอย่าง Taco al pastor (ทาโก้หมูย่างสับปะรด) โด่งดังถึงขั้นมีย่านที่ถูกขนานนามว่า "Taco Corridor" ตั้งอยู่บนถนน Lorenzo Boturini ซึ่งทอดยาวกว่า 12 บล็อกในฝั่งตะวันออกของเมือง
สำหรับอันดับที่ 4 ตกเป็นของกรุงลอนดอน เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งรวบรวมอาหารจากแทบทุกสัญชาติทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ลิ้มลองกันในเมืองเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ชาวลอนดอนยังพร้อมใจกันโหวตให้เมืองของตนคว้าคะแนนด้านคุณภาพร้านอาหารสูงที่สุดในผลสำรวจครั้งนี้ โดยมี ‘Borough Market’ ตลาดอาหารเก่าแก่ที่สุดของเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เป็นหมุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
ปิดท้ายอันดับที่ 5 ด้วยเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เมืองที่มีวัฒนธรรมอาหารอันโดดเด่นและได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากประวัติศาสตร์แถบเมดิเตอร์เรเนียน โดยนิตยสาร Time Out ระบุว่า ตลาดท้องถิ่นและวิถีการกินดื่มตามธรรมเนียมคาตาลัน (Catalan) คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้เมืองนี้มีความพิเศษ สำหรับเมนูพื้นเมืองเลื่องชื่อที่ต้องหาโอกาสไปลิ้มลอง ได้แก่ ขนมปังหน้ามะเขือเทศ (Pa amb tomàquet) และมันฝรั่งทอดราดซอสเผ็ด (Patatas bravas)
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมด จะพบว่าจุดร่วมสำคัญที่เชื่อมโยงเมืองยอดนิยมเหล่านี้เข้าด้วยกัน ก็คือ “ความหลงใหลในวัฒนธรรมอาหารอย่างแท้จริง”
'ลิมา' เมืองหลวงแห่งอาหารละตินอเมริกา
กรุงลิมา (Lima) ประเทศเปรู คว้าอันดับที่ 1 ไปครอง โดยมหานครริมชายฝั่งแห่งนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะเมืองหลวงแห่งอาหารของภูมิภาคละตินอเมริกา โดดเด่นด้วยเมนูอาหารทะเลเลิศรสอย่าง ‘เซวิเช่’ (Ceviche) และ ‘เกาซ่า ลิเมนญ่า’ (Causa Limeña) เมนูมันฝรั่งบดเสิร์ฟเย็นที่รังสรรค์และจัดเรียงชั้นอาหารมาอย่างประณีต นอกจากนี้ กรุงลิมายังคว้าแชมป์เมืองที่นักชิมสามารถอิ่มอร่อยได้ในราคาสบายกระเป๋า โดยผลสำรวจยกให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพด้านอาหารคุ้มค่าที่สุดในบรรดาทั้ง 20 เมืองที่ติดอันดับ
สำหรับเกณฑ์การจัดอันดับในครั้งนี้ นิตยสาร Time Out ได้สำรวจความคิดเห็นของคนในท้องถิ่นมากกว่า 24,000 คน จาก 150 เมืองทั่วโลก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สะท้อนความชื่นชอบของนักชิมอย่างแท้จริง โดยตั้งคำถามครอบคลุมทั้งเรื่องคุณภาพร้านอาหาร รสชาติ ความคุ้มค่า และวัฒนธรรมอาหารของแต่ละเมือง ก่อนที่ทีมบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประเมินผล และคัดเลือกเมืองที่ได้คะแนนสูงสุดเพียงประเทศละ 1 เมืองเท่านั้น
สรุป 20 อันดับเมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 จาก Time Out
- ลิมา, เปรู
- กรุงเทพมหานคร, ไทย
- เม็กซิโกซิตี้, เม็กซิโก
- ลอนดอน, สหราชอาณาจักร
- บาร์เซโลนา, สเปน
- โฮจิมินห์ซิตี้, เวียดนาม
- เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย
- ปักกิ่ง, จีน
- เอเธนส์, กรีซ
- ลิสบอน, โปรตุเกส
- เคปทาวน์, แอฟริกาใต้
- โอซาก้า, ญี่ปุ่น
- บังกาลอร์, อินเดีย
- เนเปิลส์, อิตาลี
- นิวยอร์กซิตี้, สหรัฐอเมริกา
- ฮ่องกง
- บัวโนสไอเรส, อาร์เจนตินา
- มาร์กเซย, ฝรั่งเศส
- โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก
- เมเดยิน, โคลอมเบีย







