posttoday
กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 สุดยอดเมืองอาหารโลกจาก Time Out 2 ปีซ้อน

กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 สุดยอดเมืองอาหารโลกจาก Time Out 2 ปีซ้อน

09 มิถุนายน 2569

กรุงเทพฯ ผงาดอันดับ 2! Time Out จัดอันดับเมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลก เพื่อหาจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์สายกินอย่างแท้จริง

 

ในการวางแผนท่องเที่ยว จุดเด่นของแต่ละเมืองย่อมเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจเลือกใช้เวลาทั้งวันไปกับการสำรวจแหล่งประวัติศาสตร์ หรือเดินท่องเที่ยวในเมืองนั้นๆ เพื่อดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงาม แต่สำหรับนักเดินทางอีกกลุ่มหนึ่ง จุดมุ่งหมายหลักของการท่องเที่ยวกลับมีเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ "อาหาร"

 

การทำความรู้จักแต่ละเมืองผ่านวัฒนธรรมอาหาร ถือเป็นการเข้าถึงแก่นแท้และจิตวิญญาณของสถานที่นั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ด้านรสชาติในปีนี้ "Time Out" สื่อไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลก ได้ประกาศผลการจัดอันดับเมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลกออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 สุดยอดเมืองอาหารโลกจาก Time Out 2 ปีซ้อน

 

กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 เมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลก

 

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย คว้าอันดับที่ 2 มาครองได้สำเร็จเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยนิตยสารชื่อดังอย่าง Time Out ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มี "วัฒนธรรมอาหารริมทาง" หรือสตรีทฟู้ดที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์จนยากจะหาเมืองใดเทียบเคียง

 

ซึ่งรสชาติอาหารในกรุงเทพมหานครพร้อมเปิดประสบการณ์ให้นักชิมได้สัมผัสความอร่อยอย่างครบรส ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเผ็ดร้อน ผ่านเมนูขึ้นชื่ออันหลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจุดเด่นในเรื่องของความคุ้มค่า โดยนักท่องเที่ยวสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรสได้ในราคาไม่ถึง 5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 180 บาทเท่านั้น

 

ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ เม็กซิโกซิตี้ ที่นำเสนอวงการอาหารอันหลากหลาย ตั้งแต่ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ไปจนถึงตลาดสตรีทฟู้ดท้องถิ่น เมนูยอดฮิตอย่าง Taco al pastor (ทาโก้หมูย่างสับปะรด) โด่งดังถึงขั้นมีย่านที่ถูกขนานนามว่า "Taco Corridor" ตั้งอยู่บนถนน Lorenzo Boturini ซึ่งทอดยาวกว่า 12 บล็อกในฝั่งตะวันออกของเมือง

 

สำหรับอันดับที่ 4 ตกเป็นของกรุงลอนดอน เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งรวบรวมอาหารจากแทบทุกสัญชาติทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ลิ้มลองกันในเมืองเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ชาวลอนดอนยังพร้อมใจกันโหวตให้เมืองของตนคว้าคะแนนด้านคุณภาพร้านอาหารสูงที่สุดในผลสำรวจครั้งนี้ โดยมี ‘Borough Market’ ตลาดอาหารเก่าแก่ที่สุดของเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เป็นหมุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

 

ปิดท้ายอันดับที่ 5 ด้วยเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เมืองที่มีวัฒนธรรมอาหารอันโดดเด่นและได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากประวัติศาสตร์แถบเมดิเตอร์เรเนียน โดยนิตยสาร Time Out ระบุว่า ตลาดท้องถิ่นและวิถีการกินดื่มตามธรรมเนียมคาตาลัน (Catalan) คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้เมืองนี้มีความพิเศษ สำหรับเมนูพื้นเมืองเลื่องชื่อที่ต้องหาโอกาสไปลิ้มลอง ได้แก่ ขนมปังหน้ามะเขือเทศ (Pa amb tomàquet) และมันฝรั่งทอดราดซอสเผ็ด (Patatas bravas)

 

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมด จะพบว่าจุดร่วมสำคัญที่เชื่อมโยงเมืองยอดนิยมเหล่านี้เข้าด้วยกัน ก็คือ “ความหลงใหลในวัฒนธรรมอาหารอย่างแท้จริง”

กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 สุดยอดเมืองอาหารโลกจาก Time Out 2 ปีซ้อน

'ลิมา' เมืองหลวงแห่งอาหารละตินอเมริกา

 

กรุงลิมา (Lima) ประเทศเปรู คว้าอันดับที่ 1 ไปครอง โดยมหานครริมชายฝั่งแห่งนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะเมืองหลวงแห่งอาหารของภูมิภาคละตินอเมริกา โดดเด่นด้วยเมนูอาหารทะเลเลิศรสอย่าง ‘เซวิเช่’ (Ceviche) และ ‘เกาซ่า ลิเมนญ่า’ (Causa Limeña) เมนูมันฝรั่งบดเสิร์ฟเย็นที่รังสรรค์และจัดเรียงชั้นอาหารมาอย่างประณีต นอกจากนี้ กรุงลิมายังคว้าแชมป์เมืองที่นักชิมสามารถอิ่มอร่อยได้ในราคาสบายกระเป๋า โดยผลสำรวจยกให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพด้านอาหารคุ้มค่าที่สุดในบรรดาทั้ง 20 เมืองที่ติดอันดับ

 

สำหรับเกณฑ์การจัดอันดับในครั้งนี้ นิตยสาร Time Out ได้สำรวจความคิดเห็นของคนในท้องถิ่นมากกว่า 24,000 คน จาก 150 เมืองทั่วโลก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สะท้อนความชื่นชอบของนักชิมอย่างแท้จริง โดยตั้งคำถามครอบคลุมทั้งเรื่องคุณภาพร้านอาหาร รสชาติ ความคุ้มค่า และวัฒนธรรมอาหารของแต่ละเมือง ก่อนที่ทีมบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประเมินผล และคัดเลือกเมืองที่ได้คะแนนสูงสุดเพียงประเทศละ 1 เมืองเท่านั้น


 

สรุป 20 อันดับเมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 จาก Time Out

  1. ลิมา, เปรู  
  2. กรุงเทพมหานคร, ไทย 
  3. เม็กซิโกซิตี้, เม็กซิโก  
  4. ลอนดอน, สหราชอาณาจักร  
  5. บาร์เซโลนา, สเปน  
  6. โฮจิมินห์ซิตี้, เวียดนาม 
  7. เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย 
  8. ปักกิ่ง, จีน  
  9. เอเธนส์, กรีซ 
  10. ลิสบอน, โปรตุเกส  
  11. เคปทาวน์, แอฟริกาใต้ 
  12. โอซาก้า, ญี่ปุ่น 
  13. บังกาลอร์, อินเดีย  
  14. เนเปิลส์, อิตาลี 
  15. นิวยอร์กซิตี้, สหรัฐอเมริกา 
  16. ฮ่องกง 
  17. บัวโนสไอเรส, อาร์เจนตินา  
  18. มาร์กเซย, ฝรั่งเศส 
  19. โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก  
  20. เมเดยิน, โคลอมเบีย 

ข่าวล่าสุด

ไทยตั้ง”สีหศักดิ์” หัวทีมเจรจา UNCLOS สู้กัมพูชา ดึงอดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศร่วม

ไทยตั้ง”สีหศักดิ์” หัวทีมเจรจา UNCLOS สู้กัมพูชา ดึงอดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศร่วม