posttoday
JAS ยันยังไม่ปิดดีล บอลโลก 2026 เหตุฟีฟ่าโขกค่าลิขสิทธิ์แพงลิ่ว

JAS ยันยังไม่ปิดดีล บอลโลก 2026 เหตุฟีฟ่าโขกค่าลิขสิทธิ์แพงลิ่ว

09 มิถุนายน 2569

ไทยยังเคว้ง! JAS ยันยังไม่ปิดดีลบอลโลก 2026 ชี้ราคา 1.6 พันล้านสูงเกินคุ้มทุน ขณะที่เพื่อนบ้านอาเซียน 8 ชาติปิดดีลฉลุยในราคาถูกกว่าไทยหลายเท่าตัว

KEY

POINTS

  • JAS ยืนยันว่ายังไม่มีการบรรลุข้อตกลงซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ตามที่มีกระแสข่าว
  • ปัญหาหลักเกิดจากค่าลิขสิทธิ์ที่ฟีฟ่าตั้งราคาสูงถึง 1,600 ล้านบาท ซึ่งภาคเอกชนมองว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
  • สาเหตุที่ไทยถูกเรียกเก็บราคาสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน มาจากบรรทัดฐานราคาที่เคยจ่ายในฟุตบอลโลก 2022

เกาะติดสถานการณ์ลิขสิทธิ์บอลโลก 2026: ไทยยังลูกผีลูกคน JAS ย้ำราคาฟีฟ่าแพงเกินทำธุรกิจ

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก่อนมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 จะระเบิดศึกขึ้น แต่สถานการณ์ในประเทศไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ล่าสุด แหล่งข่าวจาก บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ยืนยันชัดเจนว่า ยังไม่มีการปิดดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้
 

JAS ยันยังไม่ปิดดีล บอลโลก 2026 เหตุฟีฟ่าโขกค่าลิขสิทธิ์แพงลิ่ว

ปัญหาหลักสำคัญคือ "ราคา" ที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) เรียกเก็บนั้นสูงถึง 1,600 ล้านบาท (บางแหล่งระบุ 1,300 ล้านบาท)

ซึ่งทาง JAS มองว่าในมุมมองธุรกิจภาคเอกชน ราคานี้ไม่สามารถนำไปทำการตลาดหรือสร้างกำไรให้คุ้มทุนได้

โดย JAS พยายามต่อรองขอซื้อในราคาประมาณ 490-500 ล้านบาท หรือราว 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับราคาเดียวกับที่ประเทศเวียดนามได้รับ

แต่ทางฟีฟ่ายังคงไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว

เมื่อหันไปมองเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน พบว่ามีถึง 8 ประเทศที่ปิดดีลไปเรียบร้อยแล้ว

ได้แก่ กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ติมอร์เลสเต, มาเลเซีย, เวียดนาม และล่าสุดคือ สปป.ลาว ที่บริษัท ยูนิเทล บรรลุข้อตกลงถ่ายทอดสดครบ 104 แมตช์

ทำให้ขณะนี้เหลือเพียง ไทย, เมียนมา และบรูไน เท่านั้นที่ยังไม่มีความชัดเจน
 

เปิดราคาลิขสิทธิ์แต่ละประเทศ: ทำไมไทยถึงแพงกว่าใคร? จากการรวบรวมข้อมูลพบว่าราคาที่แต่ละประเทศจ่ายมีความแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

เวียดนาม: จ่ายราว 490 ล้านบาท (15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

มาเลเซีย: จ่ายประมาณ 1,100 ล้านบาท

บังกลาเทศ: โชว์ชั้นเชิงต่อรองโดยตรงกับฟีฟ่าจนลดราคาเหลือเพียง 193 ล้านบาท (727.1 ล้านตากา) ซึ่งถูกกว่าครั้งก่อนถึง 250 ล้านตากา

จีน: ต่อรองจาก 9,800 ล้านบาท เหลือเพียง 1,960 ล้านบาท

สาเหตุสำคัญที่ประเทศไทยถูกฟีฟ่าเรียกราคาแพงกว่าเพื่อนบ้านหลายเท่าตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก "บรรทัดฐานเดิม"

ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ครั้งที่ผ่านมา ประเทศไทยจ่ายค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,400 ล้านบาทในขณะนั้น) เนื่องจากติดข้อจำกัดของกฎ Must Have

 ฟีฟ่าจึงใช้ตัวเลขเดิมนี้เป็นฐานในการคำนวณราคาครั้งใหม่ ประกอบกับการที่ปี 2026 มีการขยายจำนวนทีมเป็น 48 ทีม และเพิ่มแมตช์การแข่งขันเป็น 104 แมตช์ ทำให้ภาพรวมของมูลค่าลิขสิทธิ์ทั่วโลกขยับสูงขึ้นตามไปด้วย

ในขณะนี้ประเทศไทยจึงตกอยู่ในสถานการณ์ "เกมวัดใจ" ว่าในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนคิกออฟ JAS จะสามารถเจรจาให้ฟีฟ่ายอมลดราคาลงมาอยู่ในจุดที่คุ้มค่ากับการลงทุนได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ "จอดำ" 
 

ข่าวล่าสุด

LH Bank จับมือ บลจ.พรินซิเพิล เปิดตัวกองทุนผสม “B You Fund-Core Port” มุ่งสร้างผลตอบแทนยั่งยืน

LH Bank จับมือ บลจ.พรินซิเพิล เปิดตัวกองทุนผสม “B You Fund-Core Port” มุ่งสร้างผลตอบแทนยั่งยืน