
ตม.รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นในปอยเปต ซ่อนตัวกลางกรุงเทพ
ตำรวจไทยประสานญี่ปุ่นจับหัวหน้าใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านเยน หลังพบใช้ปอยเปตเป็นฐานปฏิบัติการและหลบซ่อนในกรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับชุดสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าจับกุมชายชาวญี่ปุ่นวัย 39 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์รายสำคัญ ได้ภายในย่านทองหล่อ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ในคดีฉ้อโกงประชาชน และถูกระบุว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมและสั่งการเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงชาวญี่ปุ่นจนเกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านเยน
ใช้ปอยเปตเป็นฐานบัญชาการเครือข่าย
ข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงของญี่ปุ่นระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีฐานปฏิบัติการหลักอยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติในหลายประเทศ โดยผู้ต้องหาเป็นผู้ควบคุมการดำเนินงานและวางแผนการหลอกลวงเหยื่อชาวญี่ปุ่นผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์
การสืบสวนของตำรวจญี่ปุ่นนำไปสู่การพบเบาะแสว่า ผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยพร้อมครอบครัว ก่อนประสานข้อมูลมายังฝ่ายไทยเพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัว
ภายหลังได้รับข้อมูล ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการสืบสวนเชิงลึก กระทั่งสามารถระบุตำแหน่งและเข้าจับกุมตัวได้สำเร็จในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
เชื่อมโยงขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
นอกจากคดีฉ้อโกงแล้ว การสืบสวนยังพบข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายดังกล่าวกับขบวนการนำพาและบังคับบุคคลให้เข้าไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเข้าข่ายลักษณะความผิดด้านการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการล่อลวงบุคคลจากหลายประเทศ ก่อนส่งต่อไปยังฐานปฏิบัติการในกัมพูชาเพื่อบังคับให้ทำหน้าที่หลอกลวงเหยื่อผ่านระบบโทรศัพท์และออนไลน์ ซึ่งเป็นรูปแบบอาชญากรรมที่หลายประเทศในเอเชียกำลังเร่งปราบปรามอย่างจริงจัง
พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและติดตามผู้กระทำผิดข้ามพรมแดน
ทางการไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามทั้งขบวนการคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเป้าไปที่การจับกุมผู้บงการและหัวหน้าขบวนการระดับสูง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการทำลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติ และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานพักพิงหรือเส้นทางผ่านของเครือข่ายผิดกฎหมายในอนาคต
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายและประสานงานกับทางการญี่ปุ่น เพื่อส่งตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีตามหมายจับของศาลญี่ปุ่นต่อไป.







