
ถ่ายสดบอลโลกรอก่อน ! JAS ยื่นจริง เกือบ 600 ล้านจริง แต่ยังรอลุ้นผล
JAS รับคุยซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 จริง บล.กสิกรไทยมองทุ่ม 600 ล้านสุดคุ้ม เพื่อรักษาฐานลูกค้าพรีเมียร์ลีก 1.73 ล้านรายช่วงปิดซีซั่น คาดปิดดีลโค้งสุดท้ายก่อนคิกออฟ
KEY
POINTS
- JAS ยืนยันว่าได้ยื่นข้อเสนอจริงมูลค่าเกือบ 600 ล้านบาท เพื่อเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 แต่ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ
- การซื้อลิขสิทธิ์ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อรักษาฐานลูกค้าพรีเมียร์ลีกเดิมกว่า 1.7 ล้านราย และเติมเต็มคอนเทนต์ในช่วงที่ลีกปิดฤดูกาล
- นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อรักษาฐานลูกค้าและป้องกันการรับชมผ่านช่องทางผิดกฎหมาย โดยคาดว่าอาจเป็นการร่วมลงทุนกับภาคส่วนอื่นเนื่องจากค่าลิขสิทธิ์รวมสูงถึง 1,300 ล้านบาท
กระแสข่าวการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อผู้บริหารบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ยอมรับว่าได้มีการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์จริง
แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการในขั้นตอนสุดท้าย แต่แหล่งข่าวระบุว่าการพูดคุยกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น และคาดว่าจะลุล่วงภายในสัปดาห์หน้าก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน 2569
ทำไมต้องเป็นฟุตบอลโลก? มุมมองจาก บล.กสิกรไทย บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KS Securities) ได้วิเคราะห์ถึงความจำเป็นที่ JAS ควรเดินหน้าดีลนี้ โดยระบุว่านี่คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง "Premium Sport Ecosystem"
เนื่องจาก JAS ได้ทุ่มเงินกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท เพื่อคว้าลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ (EPL) ยาว 6 ฤดูกาลมาแล้ว
แต่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมจะเป็นช่วงปิดฤดูกาลของ EPL ทำให้เกิดช่องว่างของคอนเทนต์
งบ 600 ล้านบาท กับความคุ้มค่าทางธุรกิจ นักวิเคราะห์ประเมินว่า หาก JAS ร่วมลงขันค่าลิขสิทธิ์ในวงเงินประมาณ 500-600 ล้านบาท จะถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
โดยมีเหตุผลรองรับดังนี้:
รักษาฐานลูกค้าเดิม
ปัจจุบัน JAS มีสมาชิก EPL ประมาณ 1.73 ล้านราย ซึ่งส่วนใหญ่จ่ายค่าบริการรายเดือนผ่าน AIS
หากไม่มีคอนเทนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลกมาเติมเต็มในช่วง 2 เดือนที่ไม่มีบอลลีกเตะ สมาชิกกลุ่มนี้มีโอกาสสูงที่จะยกเลิกบริการ
ประหยัดต้นทุนหาลูกค้าใหม่
การรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ด้วยงบ 600 ล้านบาท ต่ำกว่ามูลค่ารายได้จากสมาชิกที่คาดว่าจะได้รับ (ประมาณ 700 ล้านบาทจากค่าบริการ 199 บาท/เดือน) และยังประหยัดกว่าการต้องไปทุ่มงบโฆษณาเพื่อหาลูกค้าใหม่กลับมาในฤดูกาลหน้า
สกัดกั้น "ช่องทางธรรมชาติ": หากคนไทยไม่มีช่องทางรับชมที่ถูกลิขสิทธิ์ แฟนบอลจะหันไปใช้เว็บเถื่อนจนเกิดความคุ้นชิน ซึ่งจะทำให้ JAS ดึงลูกค้ากลับเข้าสู่ระบบได้ยากขึ้นในอนาคต
ความคืบหน้าล่าสุดและการรอคอยของแฟนบอล แม้ตัวเลขค่าลิขสิทธิ์รวมที่ FIFA ตั้งไว้สำหรับประเทศไทยจะสูงถึง 1,300 ล้านบาท
แต่สถานการณ์ปัจจุบันคาดว่าจะเป็นการลงขันร่วมกันระหว่างเอกชนและอาจมีรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนในโค้งสุดท้าย
ขณะที่ทาง Mono News ในเครือ JAS ก็ได้เริ่มส่งสัญญาณการตลาดผ่านแคมเปญ "นับถอยหลังสู่โปรใหม่สุดคุ้ม สำหรับคอบอลคนคุ้นเคย" ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ซึ่งอาจเป็นการส่งซิกถึงความสำเร็จของดีลประวัติศาสตร์นี้







