posttoday
โลกเตรียมรับมือ! "ซูเปอร์เอลนีโญ" จ่อรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์

โลกเตรียมรับมือ! "ซูเปอร์เอลนีโญ" จ่อรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์

15 พฤษภาคม 2569

NOAA เตือนจับตาความเสี่ยง "ซูเปอร์เอลนีโญ" ปะทุรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ปลายปีนี้ ทั่วโลกเตรียมรับมือผลกระทบอย่างหนัก ทั้งปัญหาภัยแล้ง คลื่นความร้อน น้ำท่วมฉับพลัน

ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศ (CPC) ภายใต้หน่วยงาน NOAA รายงานว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ กำลังก่อตัวบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้แต่แรก สถานการณ์นี้เพิ่มความเป็นไปได้สูงที่ความรุนแรงจะทะยานขึ้นสู่ระดับ ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ยากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาวของปีนี้ โดยข้อมูลล่าสุดระบุชัดเจนว่ามีโอกาสถึง 2 ใน 3 ที่ระดับความรุนแรงจะแตะเกณฑ์ "รุนแรง" หรือ "รุนแรงมาก"

 

ปรากฏการณ์เอลนีโญ คืออะไรและส่งผลอย่างไร

 

เอลนีโญคือวัฏจักรภูมิอากาศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ กระบวนการนี้เริ่มต้นเมื่อกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอุ่นขึ้นจนสามารถเปลี่ยนทิศทางลมในชั้นบรรยากาศได้ ทุกภูมิภาคทั่วโลกยากที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากเอลนีโญ พื้นที่บางส่วนต้องเผชิญภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดไฟป่าและวิกฤตขาดแคลนน้ำ ในขณะที่บางพื้นที่อาจต้องรับมือกับฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

 

นอกจากนี้ อิทธิพลของวัฏจักรดังกล่าวยังสามารถยับยั้งการก่อตัวของพายุในช่วงฤดูพายุเฮอริเคนแอตแลนติกได้อีกด้วย และที่สำคัญที่สุด เอลนีโญทำหน้าที่เสมือนตัวเร่งให้ อุณหภูมิโลก (ซึ่งอยู่ในระดับสูงอยู่แล้วจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากฝีมือมนุษย์) พุ่งสูงขึ้นไปอีก ยิ่งสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากเท่าใด ผลกระทบเหล่านี้ก็จะยิ่งเกิดเร็วและรุนแรงขึ้นเท่านั้น

โลกเตรียมรับมือ! "ซูเปอร์เอลนีโญ" จ่อรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์

 

นักวิทยาศาสตร์ชี้โอกาสเกิด ซูเปอร์เอลนีโญ พุ่งสูงขึ้น

 

ตามปกติ วัฏจักรนี้จะเกิดขึ้นทุก 2 ถึง 7 ปี และกินเวลาประมาณ 9 ถึง 12 เดือน นักวิทยาศาสตร์ประเมินระดับความรุนแรงจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยปรากฏการณ์มักจะแสดงฤทธิ์รุนแรงที่สุดในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ

 

เกณฑ์การจัดระดับความรุนแรงคือ หากอุณหภูมิน้ำเพิ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย 0.5 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง จะจัดอยู่ในเกณฑ์กำลังอ่อน แต่หากอุณหภูมิน้ำพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยเกิน 2 องศาเซลเซียส นักวิทยาศาสตร์จะยกระดับให้เป็นสภาวะกำลังรุนแรงมาก หรือที่เรียกกันว่า "ซูเปอร์เอลนีโญ"

 

รายงานประจำเดือนจากศูนย์พยากรณ์สภาพภูมิอากาศ (CPC) ระบุว่า ขณะนี้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ 0.5 องศาเซลเซียสเพียงเล็กน้อย และมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงเกินเกณฑ์ดังกล่าวภายในเดือนหน้า จึงถือเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากรายงานเมื่อเดือนที่ผ่านมายังคงคาดการณ์ว่า สภาพภูมิอากาศจะอยู่ในสภาวะเป็นกลาง (ไม่เกิดทั้งเอลนีโญและลานีญา) ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 

 

หากอุณหภูมิปรับสูงขึ้นผ่านเกณฑ์ดังกล่าว คาดว่าปรากฏการณ์นี้จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูร้อนไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังประเมินว่า มีความเป็นไปได้สูงถึงร้อยละ 96 ที่ปรากฏการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงช่วงฤดูหนาว

 

อย่างไรก็ตาม แม้บรรดาผู้เชี่ยวชาญจะมั่นใจว่าปรากฏการณ์เอลนีโญเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ศูนย์พยากรณ์สภาพภูมิอากาศ (CPC) เน้นย้ำว่า ยังไม่อาจคาดการณ์ระดับความรุนแรงสูงสุดได้อย่างแน่ชัดนัก กระนั้น รายงานประเมินล่าสุดชี้ว่า โอกาสที่เอลนีโญจะทวีความรุนแรงถึงขีดสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมนี้ ได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 1 ใน 4 ในเดือนที่ผ่านมา เป็น 1 ใน 3 แล้ว

โลกเตรียมรับมือ! "ซูเปอร์เอลนีโญ" จ่อรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์
 

คาดเอลนีโญทุบสถิติรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

 

แบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงหลายสำนักต่างคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้มีแนวโน้มทุบสถิติความรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ซึ่งหากสถานการณ์เป็นไปตามคาด จะถือเป็นการเกิดปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Niño) ครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ นับตั้งแต่ช่วงปี 2015-2016

 

ทั้งนี้ สถิติจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ระบุว่านับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 1950 โลกเคยเผชิญกับเอลนีโญระดับรุนแรงสูงสุดมาแล้วเพียงไม่กี่ครั้ง ได้แก่ ช่วงปี 1972-1973, 1982-1983 และ 1997-1998

 

ผลกระทบจากเอลนีโญที่ทุกพื้นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้คือสภาพอากาศร้อนจัด วัฏจักรนี้เปรียบเสมือนตัวเร่งที่อาจส่งผลให้ปี 2026 หรือ 2027 กลายเป็นปีที่อุณหภูมิโลกร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์

 

ขณะเดียวกัน NOAA เพิ่งออกมาระบุเมื่อวันจันทร์ว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ปีนี้จะติดอันดับ 1 ใน 5 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้นำปัจจัยจากวัฏจักรความร้อนรอบล่าสุดมาคำนวณร่วมด้วยเสียด้วยซ้ำ 

 

โลกเตรียมรับมือ! "ซูเปอร์เอลนีโญ" จ่อรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์

 

สรุปการประเมิน เอลนีโญ ผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลก

 

ไม่ว่าสถานการณ์จะคงความรุนแรงในระดับปกติ หรือยกระดับขึ้นสู่จุดสูงสุด ข้อมูลต่อไปนี้คือการประเมินวิกฤตสภาพอากาศสุดขั้วที่หลายภูมิภาคทั่วโลกต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดไปจนถึงต้นปีหน้า

 

  • ความผันผวนของพายุหมุนเขตร้อน

​​​​​​​ปรากฏการณ์นี้มักสร้างสภาวะที่ไม่เอื้อต่อการก่อตัวของพายุในแถบทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแอตแลนติกเขตร้อน จึงทำให้จำนวนพายุโซนร้อนและเฮอริเคนลดลง แต่ขณะเดียวกัน กลับส่งผลให้ฤดูพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตอนตะวันออกทวีกำลังแรงขึ้น ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อรัฐฮาวายรวมถึงพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ 

 

  • สหรัฐฯ เตรียมรับมือฤดูหนาวผิดปกติ 

พื้นที่ทางตอนเหนือของสหรัฐฯ ต่อเนื่องไปจนถึงแคนาดาตะวันตกและอะแลสกา มีแนวโน้มจะเผชิญกับฤดูหนาวที่อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย ในขณะที่พื้นที่ทางตอนใต้จะมีอากาศเย็นและฝนตกชุกกว่าปกติ เนื่องจากกระแสลมกรด (Jet Stream) ที่มีกำลังแรงขึ้นจะพัดพาพายุเข้าสู่ภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง

 

  • วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว “แล้งจัด-ฝนชุก”

​​​​​​​ในช่วงฤดูร้อน ปริมาณฝนจากลมมรสุมในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะลดน้อยลง ขณะที่ภูมิภาคแคริบเบียนต้องเผชิญกับภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น สำหรับพื้นที่บางส่วนในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกจะมีสภาพอากาศที่อบอุ่นและแห้งแล้งในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาอาจเผชิญกับภัยแล้งเป็นวงกว้างในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกใต้ (ระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์)

ข่าวล่าสุด

กบข. เคาะ “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” นั่งเลขาฯคนใหม่ คาดเริ่มงาน 1 ก.ค.นี้

กบข. เคาะ “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” นั่งเลขาฯคนใหม่ คาดเริ่มงาน 1 ก.ค.นี้