ยศชนัน นำทีมรัฐมนตรีปิดฉากสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 54 เงินสะพัด 534 ล้าน
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ นำทีมรัฐมนตรีปิดฉาก “สัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 54” คนพุ่ง 1.3 ล้าน เงินสะพัด 534 ล้านบาท พบ Gen Z ร่วมงานสูงสุด 46% มุ่งดันไทยสู่ฮับหนังสือเอเชียและยกระดับวัฒนธรรมการอ่านของประเทศ
KEY
POINTS
- งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 อย่างยิ่งใหญ่ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนตลอดการจัดงานกว่า 534 ล้านบาท
- มีผู้เข้าชมงานตลอด 12 วัน มากกว่า 1.3 ล้านคน โดยมี ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี นำทีมรัฐมนตรีร่วมในวันสุดท้าย
- กลุ่มผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่คือ Gen Z (46.26%) โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการซื้อหนังสือต่อคนอยู่ที่ 500–1,000 บาท
ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ภายใต้แนวคิด “Read The Legend” หลังจัดต่อเนื่องตลอด 12 วัน ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 โดยวันสุดท้ายมีบุคคลสำคัญระดับประเทศร่วมเยี่ยมชมงานและสะท้อนบทบาทของงานสัปดาห์หนังสือฯ ในฐานะเวทีสำคัญในการยกระดับวัฒนธรรมการอ่านและพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ
ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานในปีนี้สะท้อนให้เห็นพลังของสังคมการอ่านที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการเปิดโลกการอ่านตั้งแต่ระดับปฐมวัย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูปการศึกษาและการลงทุนด้าน “ทุนมนุษย์” ผ่านการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพครูและหลักสูตร
พร้อมทั้งระบุว่า การเดินชมโซน AI และ IT รวมถึงบูทมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ภายในงาน สะท้อนให้เห็นพัฒนาการด้านองค์ความรู้ที่หลากหลายและการเรียนรู้ยุคใหม่ที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม อีกทั้งบรรยากาศภายในงานที่มีหนังสือ นิยาย บอร์ดเกม และสื่อการเรียนรู้หลากหลาย ยังช่วยกระตุ้นธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องได้อย่างชัดเจน
ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่เห็นนักอ่านหน้าใหม่จำนวนมากเข้าร่วมงานสัปดาห์หนังสือฯ พร้อมย้ำว่า “หนังสือคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต” การอ่านช่วยพัฒนาสมอง เสริมองค์ความรู้ และเปิดโลกจินตนาการอย่างไม่สิ้นสุด ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โดยส่วนตัวพยายามมาร่วมงานสัปดาห์หนังสือฯ ทุกปีเมื่อมีโอกาส และรู้สึกยินดีที่เห็นบรรยากาศคึกคักตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าการอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายมุมมองและเพิ่มพูนศักยภาพของประชาชน
นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน “สัปดาห์หนังสือฯ ” เงินสะพัด 534 ล้าน นักอ่านทะลุ 1.3 ล้านคน ต่างชาติแห่ซื้อลิขสิทธิ์ ดันไทยสู่ “ฮับหนังสือเอเชีย”
จากการสำรวจพฤติกรรมนักอ่าน พบว่า กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มหลักของผู้เข้าร่วมงานมากที่สุด คิดเป็น 46.26% ตามด้วย Gen Y 33.71% และ Gen X 10.21% ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการซื้อหนังสือต่อคนอยู่ที่ 500–1,000 บาท คิดเป็น 33.76% รองลงมา ต่ำกว่า 500 บาท 22.02% และ 1,000–1,500 บาท 14.51%
ความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างชุมชนนักอ่านผ่านกิจกรรม “กระทรวงว่าการนักอ่านมืออาชีพ” ซึ่งสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ คัดเลือกคอนเทนต์ครีเอเตอร์กว่า 200 คน ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของงานหนังสือผ่านทุกแพลตฟอร์มอย่างสร้างสรรค์ จุดกระแสให้การอ่านกลายเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน
ภายในวันสุดท้ายของการจัดงาน ยังมีพิธีประกาศผลรางวัล “Read as a Legend Awards รางวัลสุดยอดนักอ่านมืออาชีพ” ซึ่งสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้คนรุ่นใหม่ถ่ายทอดสาระจากหนังสือในรูปแบบวิดีโอ พร้อมยกย่องนักอ่านรุ่นใหม่หรือ Bookfluencer ที่สามารถสรุปและสื่อสารองค์ความรู้ได้อย่างมีคุณค่า
ผลการตัดสินรางวัล ประกอบด้วย รางวัล Read as a Legend Awards สายครีเอทีฟสุดยอด ได้แก่ สิทธิกุล เดชพรเทวัญ จากช่อง storybomb รางวัล Read as a Legend Awards สายเด็กเนิร์ดเต็มสูบ ได้แก่ มนัสวรรณ บรรเริงศรี จากช่อง JANJAO และ ตวงพลอย จิวาลักษณางกูร จากช่อง The Bookmarks Story และรางวัล Read as a Legend Awards สายเอนเกจถล่มทลาย ได้แก่ มานิตา สุนทรพจน์ จากช่อง thewinterburrow
การจัดงานในปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของวงการหนังสือไทย ที่สะท้อนพลังการอ่านของคนไทยทุกช่วงวัย พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้และการซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือในเอเชีย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาคนไทยไปสู่อนาคตที่ดีอย่างยั่งยืน


