29 คนไทยจากอิหร่านชุดแรก ถึงไทยแล้ว! กต.ย้ำ เร่งอพยพต่อเนื่อง
คนไทย 29 รายจากอิหร่าน เดินทางถึงไทยอย่างปลอดภัย กต.เตรียมรับชุดที่สองพรุ่งนี้ พร้อมประสานอพยพกลุ่มนักศึกษาและคนทำงานเพิ่ม
9 มี.ค. 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวต้อนรับคนไทยชุดแรกจำนวน 29 คน ที่เดินทางอพยพออกจากประเทศอิหร่านผ่านประเทศตุรกีกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง
รายละเอียดการอพยพและแผนดำเนินการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การอพยพครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยมีกำหนดการอพยพต่อเนื่องดังนี้:
- ชุดแรก (9 มี.ค.): เดินทางถึงไทยแล้ว 29 คน (ประกอบด้วยผู้ใหญ่และเด็ก)
-ชุดที่สอง (10 มี.ค.): เตรียมเดินทางถึงไทยอีก 23 คน
- ชุดที่สาม (11 มี.ค.): เตรียมเคลื่อนย้ายคนไทยอีกประมาณ 75 คน (ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา) จากกรุงเตหะรานและเมืองกุม เดินทางโดยรถยนต์มุ่งหน้าสู่ชายแดนตุรกีเพื่อต่อเครื่องบินกลับไทย
สำหรับการเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยใช้วิธีเดินทางด้วยรถยนต์กว่า 10 ชั่วโมงไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี ก่อนจะพักค้างคืนและเดินทางต่อไปยังกรุงอิสตันบูลเพื่อขึ้นเครื่องบิน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากรัฐบาลอิหร่านในการดูแลความปลอดภัยระหว่างเส้นทาง
เสียงสะท้อนจากตัวแทนผู้อพยพ
ตัวแทนกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาเปิดเผยว่า สถานการณ์ในอิหร่านยังคงมีการโจมตีทางอากาศในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเตหะราน ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องย้ายไปพำนักกับครอบครัวในต่างจังหวัดหรือที่หลบภัยใต้ดิน อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนไทยมีการประสานงานช่วยเหลือกันอย่างใกล้ชิดผ่านสถานทูตและสมาคมคนไทย
"การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลารวมกว่า 2 วัน แม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ส่งกำลังใจและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้พวกเรากลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย"
การประเมินสถานการณ์ในภูมิภาค
นายสีหศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงฯ กำลังเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ในประเทศใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด ทั้งบาห์เรน คูเวต และกาตาร์ โดยมีการเตรียมแผนสำรองที่นั่งเที่ยวบินพาณิชย์จากดูไบและกรุงริยาดเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับ
ทั้งนี้รัฐบาลไม่ได้บังคับการอพยพ แต่พยายามโน้มน้าวให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเดินทางกลับก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ


