'บอสมิน-บอสแซม' ยังไงต่อ? หลังคดีพลิก! อสส.สั่งฟ้อง คดีดิไอคอน
คดีพลิก! อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 'บอสมิน-บอสแซม' 5 ข้อหาหนัก ปิดประตูคดีดิไอคอน ตามความเห็นแย้งDSI จ่อเรียกรับทราบข้อกล่าวหา
วิบากกรรมซัดระลอกสอง สองบอสดารามิน พีชญา และ แซม ยุรนันท์ เมื่อ อัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดให้สั่งฟ้องในทุกข้อหา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากการที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคราวแรก
ยกฟ้องในฐานะ "พรีเซนเตอร์" ไม่ใช่ "ผู้ถือหุ้น"
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2568 อัยการคดีพิเศษได้ยื่นฟ้องตัวละครหลักอย่าง บอสพอล วรัตน์พล, บอสกันต์ กันตถาวร พร้อมพวกรวม 16 คน ต่อศาลอาญาไปแล้ว ซึ่งทั้งหมดถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี
ในส่วนของ "บอสมิน" และ "บอสแซม" กลับได้รับข่าวดี เนื่องจากอัยการมองว่าทั้งสองเป็นเพียง "พรีเซนเตอร์" ตามสัญญาจ้างงานปกติ ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมวางแผนประทุษร้ายทางการเงิน จึงมีคำสั่งไม่ฟ้องและปล่อยตัวเป็นอิสระ
DSI เห็นแย้งไม่เชื่อเป็นเพียง "พรีเซนเตอร์"
ในช่วงเดือนเมษายน 2568 อธิบดีดีเอสไอได้ลงนามในความเห็นแย้งคำสั่งอัยการ โดยยืนยันว่าพยานหลักฐานที่รวบรวมมานั้น "แน่นหนา" เกินกว่าจะสรุปว่าเป็นเพียง"พรีเซนเตอร์"สำนวนจึงถูกส่งต่อไปยังอัยการสูงสุดเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ชี้ขาดสูงสุดในกระบวนการ
5 ข้อหาหนัก
คำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุดในครั้งนี้ครอบคลุมฐานความผิดร้ายแรงประกอบด้วย
1.ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน: การใช้กลอุบายหลอกลวงคนจำนวนมาก
2.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ: นำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบเพื่อสร้างภาพลักษณ์จอมปลอม
3. พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่): หัวใจหลักของคดีดิไอคอน
4. ประกอบธุรกิจขายตรงโดยชักชวนบุคคลเข้าร่วมเครือข่าย: การเปลี่ยนผู้ซื้อให้กลายเป็นผู้หาคน
5. ทำธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต: การดำเนินธุรกิจผิดประเภทกฎหมาย
ค่าตอบแทน สูงเกินกว่ามาตรฐานพรีเซนเตอร์
เหตุผลสำคัญที่ทำให้อัยการสูงสุด คล้อยตามความเห็นแย้งของดีเอสไอ คือข้อมูลเส้นทางการเงินที่ระบุว่า ทั้งบอสมินและบอสแซมได้รับค่าตอบแทนที่ "สูงเกินกว่ามาตรฐานพรีเซนเตอร์ทั่วไป" อย่างผิดสังเกต
นอกจากนี้ยังมีภาพลักษณ์ที่ปรากฏต่อสาธารณะ ทั้งการขึ้นเวทีบรรยายอวดอ้างสรรพคุณของระบบธุรกิจ การชักชวนให้คนมาสมัครเป็นดีลเลอร์ด้วยความน่าเชื่อถือ ดีเอสไอชี้ว่า ประชาชนไม่ได้ลงทุนเพราะเชื่อในบริษัทดิไอคอน แต่ลงทุนเพราะ "ความศรัทธา" ในตัวตนของดาราทั้งสองที่ถูกนำเสนอในฐานะ "ผู้บริหาร" ไม่ต่างจากกรณีของบอสกันต์ ซึ่งถือเป็นการรู้เห็นเป็นใจในแผนประทุษร้ายมาตั้งแต่ต้น
ก้าวต่อไปสู่ศาลอาญา
ขั้นตอนหลังจากนี้ อัยการคดีพิเศษจะทำการนัดหมายให้บอสดาราทั้งสองเดินทางมารับทราบคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุดอย่างเป็นทางการ โดย หากไม่มาตามนัด จะประสานให้ดีเอสไอไปนำตัวผู้ต้องหามาส่งให้อัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทันที


