ประกันสังคมร้อน! ตรีนุชสั่งสอบงบ 12 ล้าน ใช้เงินผู้ประกันตนหรือไม่
รมว.แรงงาน สั่งประกันสังคมชี้แจงด่วนภายใน 24 ชม. ปมใช้งบ 12 ล้านบาทปรับปรุงโรงอาหาร ย้ำเงินทุกบาทคือของผู้ประกันตน ห่วงกระทบความเชื่อมั่นกว่า 24.5 ล้านคน ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้
KEY
POINTS
- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน สั่งให้สำนักงานประกันสังคมสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีใช้งบ 12 ล้านบาทปรับปรุงโรงอาหาร และให้รายงานผลโดยตรงภายใน 24 ชั่วโมง
- ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินจากกองทุนของผู้ประกันตนหรือไม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนกว่า 24.5 ล้านคน
- รมว.แรงงานย้ำว่าเงินกองทุนเป็นของผู้ประกันตน การใช้จ่ายต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และถือเป็นโอกาสในการยกระดับธรรมาภิบาลของสำนักงานประกันสังคม
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยกรณีมีการเผยแพร่ข่าวการนำงบบริหารกองทุนประกันสังคมจำนวน 12 ล้านบาท ไปใช้ในการปรับปรุงโรงอาหารของสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่กระทรวงแรงงาน ว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และได้ผ่านกระบวนการอนุมัติทั้งด้านงบประมาณและการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมรวบรวมและสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมด รายงานตรงถึงรัฐมนตรีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดความชัดเจนและตรวจสอบได้ในทุกมิติ
รมว.แรงงาน ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าประเด็นทางเทคนิค คือผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนกว่า 24.5 ล้านคน ที่ตั้งคำถามต่อการบริหารจัดการของสำนักงานประกันสังคม เนื่องจากเงินกองทุนทุกบาททุกสตางค์ เป็นเงินที่ถูกหักจากค่าจ้างแรงงานทุกเดือน เพื่อใช้เป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่การเกิด เจ็บป่วย พิการ ว่างงาน การเลี้ยงดูบุตร ไปจนถึงบำนาญชราภาพ
“เงินกองทุนประกันสังคมไม่ใช่เงินของสำนักงานประกันสังคม แต่เป็นเงินของผู้ประกันตน การใช้จ่ายใด ๆ ต้องตั้งอยู่บนความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้” นางสาวตรีนุช กล่าว
พร้อมกันนี้ ได้ขอบคุณภาคประชาสังคมที่ช่วยกันนำข้อมูลออกมาเปิดเผย เพราะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้สำนักงานประกันสังคมต้องทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้ประกันตน ไม่ใช่สร้างความมั่งคั่งให้กับองค์กร และต้องตระหนักเสมอว่า ผู้ประกันตนคือเจ้าของเงิน ไม่ใช่เพียงผู้จ่ายเงินสมทบ
รมว.แรงงาน ย้ำว่า การนำเงินของผู้ประกันตนไปบริหารจัดการอย่างไม่เหมาะสม หรือผิดพลาด ไม่เพียงเป็นความผิดร้ายแรงเท่านั้น แต่ยังบ่อนทำลายระบบประกันสังคม และลดทอนความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการฟื้นฟูชื่อเสียงกลับคืนมา
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญที่สำนักงานประกันสังคมจะต้องยกระดับมาตรการด้านความโปร่งใสและธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลการลงทุน สถานะกองทุน และรายละเอียดการใช้เงินอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว เปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกันตนโดยตรง และนำไปปรับปรุงการบริการและสิทธิประโยชน์ให้ตรงความต้องการ
ทั้งนี้ เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ของผู้ประกันตน ถูกใช้ด้วยความโปร่งใสเป็นที่ตั้ง และสามารถดูแลผู้ประกันตนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งสำนักงานประกันสังคมอย่างแท้จริง


