คลิปสั้นต้องมา! Netflix จ่อปรับโฉมแอปฯ ให้เหมือนโซเชียล ตรึงคนดู
Netflix เตรียมปรับโฉมแอปฯ บนมือถือใหม่ในปี 2026 เน้นฟีดวิดีโอแนวตั้งและการปัดดูคลิปสั้น หวังดึง Engagement ให้คนใช้งานนานขึ้นเหมือนเล่นโซเชียลมีเดีย
ท่ามกลางกระแสพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป "ติดจอ" บนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง YouTube, TikTok และ Instagram มากขึ้น Netflix พี่ใหญ่แห่งวงการสตรีมมิงเริ่มขยับตัวครั้งใหญ่เพื่อรักษาบัลลังก์แห่งวงการสตรีมมิ่ง
ล่าสุดในการแถลงผลประกอบการไตรมาส 4 เมื่อวันอังคาร บริษัทได้เปิดเผยแผนการ "ยกเครื่อง" แอปพลิเคชันมือถือใหม่ โดยตั้งเป้าจะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานให้ตอบโจทย์ยุค Social-first มากยิ่งขึ้น
เกร็ก ปีเตอร์ส (Greg Peters) ซีอีโอร่วมของ Netflix ระบุว่า แอปฯ โฉมใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 นี้ ไม่ใช่แค่การปรับหน้าตาให้สวยงาม แต่เป็นการวางรากฐานธุรกิจสำหรับทศวรรษหน้า เพื่อให้บริษัทสามารถทดลองและพัฒนาลูกเล่นใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
ดึงจุดเด่น "คลิปสั้น" และ "พอดแคสต์" ตรึงคนดู
ไฮไลต์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือการนำระบบ "ฟีดวิดีโอแนวตั้ง" เข้ามาเป็นแกนหลัก หลังจากที่ Netflix ซุ่มทดลองฟีเจอร์นี้มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีก่อน โดยรูปแบบจะมีความคล้ายคลึงกับ TikTok หรือ Instagram Reels ที่ผู้ใช้คุ้นเคย
"ภาพที่คุณจะได้เห็นคือ เราจะนำเสนอคลิปสั้นๆ จากคอนเทนต์รูปแบบใหม่มากขึ้น อย่างพวกวิดีโอพอดแคสต์" ปีเตอร์ส กล่าวขยายความ
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Netflix มองการ "ปัดหน้าจอ" ดูคลิปสั้น เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยดึงคนให้อยู่ในแอปฯ นานขึ้น
นอกจากนี้ Netflix ยังกระโดดลงมาร่วมวงตลาด วิดีโอพอดแคสต์ อย่างเต็มตัว หวังชิงส่วนแบ่งจากเจ้าตลาดเดิมอย่าง YouTube โดยสัปดาห์นี้ได้เริ่มปล่อยรายการออริจินัลพอดแคสต์ชุดแรกที่ดึงคนดังอย่าง Pete Davidson และ Michael Irvin มาดำเนินรายการ
รวมถึงเดินเกมจับมือกับพาร์ทเนอร์ใหญ่อย่าง Spotify และ iHeartMedia เพื่อดึงฐานคนฟังรายการดังๆ ให้เข้ามาดูวิดีโอบน Netflix แทน
แม้ทิศทางใหม่จะดูคล้ายโซเชียลมีเดีย แต่ Netflix ยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวไม่ใช่การลอกเลียนแบบ
เอลิซาเบธ สโตน (Elizabeth Stone) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ย้ำชัดในงาน TechCrunch Disrupt 2025 ว่า บริษัทไม่ได้คิดจะแปลงร่างเป็น TikTok แต่ต้องการใช้ฟีเจอร์เหล่านี้เป็นเครื่องมือช่วยให้สมาชิก "ค้นเจอ" หนังหรือซีรีส์ที่อยากดูได้ง่ายและสนุกขึ้น
ด้าน เท็ด ซารานดอส (Ted Sarandos) ซีอีโอร่วมอีกท่าน มองภาพรวมการแข่งขันว่า ตอนนี้คู่แข่งของ Netflix ไม่ใช่แค่สตรีมมิงเจ้าอื่น แต่คืออุตสาหกรรมบันเทิงทั้งระบบ
"การแข่งขันตอนนี้ดุเดือดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งการแย่งชิงคนทำคอนเทนต์ แย่งฐานคนดู ไปจนถึงเม็ดเงินโฆษณา เส้นแบ่งของคำว่า 'ดูทีวี' มันพร่ามัวไปหมด" ซารานดอส กล่าว
"ทีวีเดี๋ยวนี้มันคือทุกอย่าง ทั้งงานออสการ์ ทั้ง NFL ก็ไปอยู่บน YouTube หมดแล้ว... Apple ก็กำลังล่ารางวัลเอ็มมี่ ส่วน Instagram ก็กำลังไล่บี้เรามาติดๆ"
นอกจากนี้ ซารานดอส ยังส่งสัญญาณถึงก้าวต่อไปในวงการภาพยนตร์ โดยอ้างถึงแผนการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Netflix พร้อมเปิดกว้างรับโมเดลการฉายหนังแบบผสมผสาน (Hybrid) มากขึ้น ในยุคที่เส้นกั้นระหว่างโรงหนัง สตรีมมิง และคลิปโซเชียล แทบจะกลายเป็นเรื่องเดียวกัน
ทั้งนี้ สำหรับผลงานในปี 2025 ที่ผ่านมา Netflix ยังคงโชว์ฟอร์มแกร่ง กวาดรายได้รวมไปถึง 45,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) โดยมีรายได้ส่วนโฆษณาเติบโตแตะ 1,500 ล้านดอลลาร์
ที่สำคัญคือยอดสมาชิกผู้จ่ายค่าบริการ (Paid Subscriptions) ในไตรมาส 4 ทะลุหลัก 325 ล้านรายไปเรียบร้อยแล้ว ตอกย้ำว่าแม้คู่แข่งจะรอบด้าน แต่ Netflix ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งที่ยากจะโค่นลงได้
อ้างอิง: TechCrunch


