posttoday

เปิดสถิติ "คดีออนไลน์" สัปดาห์เดียวพุ่ง 7,500 คดี "หลอกซื้อของ" ยืนหนึ่ง!

19 มกราคม 2569

ACSC เปิดสถิติ "คดีออนไลน์" สัปดาห์เดียวพุ่ง 7,500 คดี เสียหายเกือบ 400 ล้าน เผย "หลอกซื้อของ" ยืนหนึ่ง! "หลอกโอนเงิน" ฮุบมูลค่าสูงสุด

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ล่าสุด (11-17 ม.ค. 69) พบมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยสูงถึง 54.5 ล้านบาทต่อวัน แม้จำนวนคดีจะลดลงเล็กน้อยแต่ความรุนแรงต่อเคสกลับพุ่งสูงขึ้น

 

สรุปตัวเลขสถิติในรอบสัปดาห์ (11-17 ม.ค. 69)

จากการรับแจ้งเหตุผ่านระบบ Thaipoliceonline พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

จำนวนคดีรวม: 7,518 คดี (ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 222 คดี หรือประมาณ 3%)

มูลค่าความเสียหายรวม: 381,533,955 บาท * ค่าเฉลี่ยความเสียหาย: ประมาณ 54.50 ล้านบาทต่อวัน

ข้อสังเกต: แม้จำนวนคดีจะลดลง 3% แต่มูลค่าความเสียหายลดลงเพียงไม่ถึง 1% สะท้อนให้เห็นว่า "มูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อหนึ่งคดีในสัปดาห์นี้สูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า"

 

เมื่อแยกตามประเภทคดี จะพบความแตกต่างระหว่าง "จำนวนครั้งที่เกิด" กับ "จำนวนเงินที่เสียไป" อย่างมีนัยสำคัญ:

1. เชิงปริมาณ (คดีที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด)

อันดับ 1: หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ (69.1%) ครองสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจน มักเป็นคดีมูลค่าต่อรายไม่สูงแต่กระจายตัวเป็นวงกว้าง

กรณีตัวอย่างหลอกซื้อ-ขายสินค้า

อันดับ 2: หลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือสิทธิพิเศษต่างๆ

อันดับ 3: หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ

 

2. เชิงมูลค่า (ความเสียหายเป็นตัวเงินสูงที่สุด)

อันดับ 1 (ร่วม): การหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล และ การหลอกโอนเงินหารายได้พิเศษ ซึ่งมักใช้ความโลภเป็นตัวล่อทำให้เหยื่อสูญเงินจำนวนมาก

อันดับ 2: การข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center) มียอดความเสียหายใกล้เคียงกับอันดับ 1 สะท้อนว่าวิธีสร้างความตกใจกลัวยังคงใช้ได้ผลในเชิงมูลค่าเงิน

ช่วยเหลือเชิงรุก: สกัดเงินทันควัน 12.8 ล้าน

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ประสานงานร่วมกับตำรวจท้องที่เข้าตรวจสอบ 20 เคส ช่วยเหลือเหยื่อได้รวม 34 ราย สามารถระงับการโอนเงินก่อนถึงมือมิจฉาชีพได้รวม 12,808,821 บาท โดยมีเคสที่น่าสนใจดังนี้:

 หลอกลงทุนหุ้น: ช่วยชายวัย 40 ปี จ.ประจวบฯ ที่เกือบสูญเงินเพิ่ม หลังถูกหลอกผ่านแอปฯ Binance เสียหายไปก่อนหน้ากว่า 3.9 ล้านบาท จนเหลือเงินติดบัญชีเพียง 3 หมื่นบาท

 อ้างเจ้าหน้าที่ สพฐ.: ช่วยอดีตข้าราชการครูวัย 67 ปี จ.หนองคาย ถูกหลอกให้โอนเงินอ้างสิทธิประโยชน์ทายาท เสียหายกว่า 2.2 ล้านบาท

มิจฉาชีพซ้อนแผน: ช่วยหญิงวัย 61 ปี จ.นราธิวาส เริ่มจากซื้อกำไลทองไม่ตรงปก ก่อนถูกเพจ "ตำรวจไซเบอร์ปลอม" และ "ทนายปลอม" หลอกซ้ำว่าจะช่วยเอาเงินคืนแต่ต้องโอนค่าธรรมเนียม เสียหายรวม 1.7 ล้านบาท

 

ผลการจับกุม: รวบหนุ่มรับจ้างกดเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ตำรวจ ศปอส.ภ.5 รวบตัว นายอวี้เซิง (27 ปี) ขณะกำลังกดเงินสดจากตู้ ATM แบบไม่ใช้บัตร หน้าห้างดังใน จ.เชียงใหม่ พบของกลางเงินสด 38,000 บาท สารภาพรับจ้างกดเงินส่งต่อให้เครือข่ายผ่านคำสั่งทาง Telegram ได้ค่าจ้างวันละ 3,000 บาท

ภาพขณะจับกุมผู้ต้องหารับจ้างกดเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ศูนย์ ACSC เน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังการซื้อของออนไลน์:

 ควรซื้อผ่าน: แพลตฟอร์มที่มีระบบ "กระเป๋าเงินกลาง" (เช่น TikTok Shop-ซื้อผ่านตะกร้าเท่านั้น, Lazada, Shopee) ซึ่งจะกักเงินไว้จนกว่าผู้ซื้อจะยืนยันรับสินค้า

 ควรเลี่ยง: การซื้อผ่าน Facebook, IG หรือ X (Twitter) และการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวโดยตรง เนื่องจากมักไม่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ

หากสงสัยว่าถูกหลอก หรือต้องการความช่วยเหลือ ติดต่อสายด่วน ACSC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)

สายด่วน 1441 หรือ www.thaipoliceonline.go.th

ข่าวล่าสุด

หมดยุคขายข้าวถูก NIA ดันนวัตกรรมข้าวไทยเจาะตลาดสุขภาพ-พรีเมียม