เปิดสถิติ "คดีออนไลน์" สัปดาห์เดียวพุ่ง 7,500 คดี "หลอกซื้อของ" ยืนหนึ่ง!
ACSC เปิดสถิติ "คดีออนไลน์" สัปดาห์เดียวพุ่ง 7,500 คดี เสียหายเกือบ 400 ล้าน เผย "หลอกซื้อของ" ยืนหนึ่ง! "หลอกโอนเงิน" ฮุบมูลค่าสูงสุด
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ล่าสุด (11-17 ม.ค. 69) พบมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยสูงถึง 54.5 ล้านบาทต่อวัน แม้จำนวนคดีจะลดลงเล็กน้อยแต่ความรุนแรงต่อเคสกลับพุ่งสูงขึ้น
สรุปตัวเลขสถิติในรอบสัปดาห์ (11-17 ม.ค. 69)
จากการรับแจ้งเหตุผ่านระบบ Thaipoliceonline พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
จำนวนคดีรวม: 7,518 คดี (ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 222 คดี หรือประมาณ 3%)
มูลค่าความเสียหายรวม: 381,533,955 บาท * ค่าเฉลี่ยความเสียหาย: ประมาณ 54.50 ล้านบาทต่อวัน
ข้อสังเกต: แม้จำนวนคดีจะลดลง 3% แต่มูลค่าความเสียหายลดลงเพียงไม่ถึง 1% สะท้อนให้เห็นว่า "มูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อหนึ่งคดีในสัปดาห์นี้สูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า"
เมื่อแยกตามประเภทคดี จะพบความแตกต่างระหว่าง "จำนวนครั้งที่เกิด" กับ "จำนวนเงินที่เสียไป" อย่างมีนัยสำคัญ:
1. เชิงปริมาณ (คดีที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด)
อันดับ 1: หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ (69.1%) ครองสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจน มักเป็นคดีมูลค่าต่อรายไม่สูงแต่กระจายตัวเป็นวงกว้าง
อันดับ 2: หลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือสิทธิพิเศษต่างๆ
อันดับ 3: หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ
2. เชิงมูลค่า (ความเสียหายเป็นตัวเงินสูงที่สุด)
อันดับ 1 (ร่วม): การหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล และ การหลอกโอนเงินหารายได้พิเศษ ซึ่งมักใช้ความโลภเป็นตัวล่อทำให้เหยื่อสูญเงินจำนวนมาก
อันดับ 2: การข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center) มียอดความเสียหายใกล้เคียงกับอันดับ 1 สะท้อนว่าวิธีสร้างความตกใจกลัวยังคงใช้ได้ผลในเชิงมูลค่าเงิน
ช่วยเหลือเชิงรุก: สกัดเงินทันควัน 12.8 ล้าน
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ประสานงานร่วมกับตำรวจท้องที่เข้าตรวจสอบ 20 เคส ช่วยเหลือเหยื่อได้รวม 34 ราย สามารถระงับการโอนเงินก่อนถึงมือมิจฉาชีพได้รวม 12,808,821 บาท โดยมีเคสที่น่าสนใจดังนี้:
หลอกลงทุนหุ้น: ช่วยชายวัย 40 ปี จ.ประจวบฯ ที่เกือบสูญเงินเพิ่ม หลังถูกหลอกผ่านแอปฯ Binance เสียหายไปก่อนหน้ากว่า 3.9 ล้านบาท จนเหลือเงินติดบัญชีเพียง 3 หมื่นบาท
อ้างเจ้าหน้าที่ สพฐ.: ช่วยอดีตข้าราชการครูวัย 67 ปี จ.หนองคาย ถูกหลอกให้โอนเงินอ้างสิทธิประโยชน์ทายาท เสียหายกว่า 2.2 ล้านบาท
มิจฉาชีพซ้อนแผน: ช่วยหญิงวัย 61 ปี จ.นราธิวาส เริ่มจากซื้อกำไลทองไม่ตรงปก ก่อนถูกเพจ "ตำรวจไซเบอร์ปลอม" และ "ทนายปลอม" หลอกซ้ำว่าจะช่วยเอาเงินคืนแต่ต้องโอนค่าธรรมเนียม เสียหายรวม 1.7 ล้านบาท
ผลการจับกุม: รวบหนุ่มรับจ้างกดเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์
ตำรวจ ศปอส.ภ.5 รวบตัว นายอวี้เซิง (27 ปี) ขณะกำลังกดเงินสดจากตู้ ATM แบบไม่ใช้บัตร หน้าห้างดังใน จ.เชียงใหม่ พบของกลางเงินสด 38,000 บาท สารภาพรับจ้างกดเงินส่งต่อให้เครือข่ายผ่านคำสั่งทาง Telegram ได้ค่าจ้างวันละ 3,000 บาท
ศูนย์ ACSC เน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังการซื้อของออนไลน์:
ควรซื้อผ่าน: แพลตฟอร์มที่มีระบบ "กระเป๋าเงินกลาง" (เช่น TikTok Shop-ซื้อผ่านตะกร้าเท่านั้น, Lazada, Shopee) ซึ่งจะกักเงินไว้จนกว่าผู้ซื้อจะยืนยันรับสินค้า
ควรเลี่ยง: การซื้อผ่าน Facebook, IG หรือ X (Twitter) และการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวโดยตรง เนื่องจากมักไม่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ
หากสงสัยว่าถูกหลอก หรือต้องการความช่วยเหลือ ติดต่อสายด่วน ACSC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)
สายด่วน 1441 หรือ www.thaipoliceonline.go.th


