เด็กไทยปี69 ขอผู้นำแค่ ‘คนดี ไม่โกง’ สะท้อนความหวังก่อนเลือกตั้งใหญ่
แม้ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่เด็กไทยส่งเสียงชัด อยากได้ผู้นำ "คนดี ไม่โกง" พร้อมสิ่งที่อยากได้มากที่สุดในวันเด็ก คือ "เงิน" สะท้อนความหวังและความจริงของสังคมก่อนเลือกตั้ง 2569
KEY
POINTS
- แม้ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่เด็กไทยส่งเสียงชัด อยากได้ผู้นำ "คนดี ไม่โกง"
- พร้อมสิ่งที่อยากได้มากที่สุดในวันเด็กคือ "เงิน"
- สะท้อนความหวังและความจริงของสังคมก่อนเลือกตั้ง 2569
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็กไทยทั่วประเทศ เรื่อง "เสียงจากเด็กไทย ปี 2569" กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กไทยอายุระหว่าง 6-17 ปี จำนวน 1,136 คน (สำรวจทางภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 5-9 มกราคม 2569 สรุปผลได้ ดังนี้
1. เด็กๆ คิดว่าทำไมถึงมีการเลือกตั้ง
อันดับ 1 จะได้เลือกคนดีๆมาเป็นนายกรัฐมนตรี 56.22%
อันดับ 2 เป็นสิทธิของทุกคน 18.57%
อันดับ 3 เพื่อให้สังคมสงบสุข 9.45%
อันดับ 4 เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาประเทศ 8.33%
อันดับ 5 เกิดจากความขัดแย้ง ทะเลาะกัน จึงต้องเลือกตั้งใหม่ 7.43%
2. เด็กๆ อยากได้คนแบบไหนเป็นนายกรัฐมนตรี
อันดับ 1 เป็นคนดี ใจดี 36.46%
อันดับ 2 ซื่อสัตย์ ไม่โกง 20.67%
อันดับ 3 ขยัน ตั้งใจทำงาน และมีความรับผิดชอบ 19.81%
อันดับ 4 เก่ง ฉลาด มีความสามารถ 18.66%
อันดับ 5 คิดถึงประชาชน ทำเพื่อประชาชน 4.40%
3. สิ่งที่อยากได้มากที่สุดในวันเด็กปีนี้คืออะไร
อันดับ 1 เงิน 36.39%
อันดับ 2 ของเล่น เช่น ตุ๊กตา หุ่นยนต์ การ์ดเกม 26.03%
อันดับ 3 จักรยาน 17.53%
อันดับ 4 คอมพิวเตอร์ ไอแพด มือถือ 14.61%
อันดับ 5 ขนม ของกินเล่น 5.44%
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า แม้เด็กจะยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมาย แต่ทัศนคติของเด็กไม่ได้ไร้เดียงสา เกิดจากการสังเกตและเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างต่อเนื่อง เด็กไม่ได้เรียกร้องผู้นำที่ยิ่งใหญ่หรือซับซ้อน
หากแต่ต้องการเพียงความปกติที่ควรเป็น คือ “ความดีและใจดีต่อกัน” เมื่อสังคมเผชิญความไม่แน่นอนและความขัดแย้งซ้ำๆ ความหวังของคนรุ่นใหม่จึงย้อนกลับไปหาคุณค่าพื้นฐานที่สังคมควรมีเท่านั้นเอง
อาจารย์นนทวัฒน์ สุวรรณ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลสำรวจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์บ้านเมืองรอนับวันเวลาถอยหลังเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569) เมื่อรับฟังเสียงสะท้อนของเด็กไทยที่ยังรอคอยความหวัง (Hope) ต่อผู้บริหารประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หวังว่าจะเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม (นำ) ความรู้และยึดถือผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
นอกจากนี้ การรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานทางการเมืองโดยเฉพาะการใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเป็นไปในทิศทางที่ดี ส่วนของขวัญที่ต้องการได้รับในวันเด็กปีนี้กลับมีนัยสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยเองอาจอยู่ในช่วงปัญหาเศรษฐกิจไม่เติบโตเท่าที่ควร
ตลอดจนความเหลื่อมล้ำทางสังคมขยายวงกว้าง ภายใต้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจของบางครอบครัวอาจทำให้เด็กไทยเองเริ่มให้คุณค่ากับความจำเป็นในการดำรงชีวิตมากกว่าความสุขแบบวัยเด็กที่ควรจะเป็น
และสิ่งสำคัญคือเด็กวันนี้จะต้องเป็นอนาคตของชาติ ปัจจุบันจึงขอฝากความหวังไว้ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง (รัฐบาลใหม่) ร่วมมือช่วยกันคิดและปูเส้นทางเพื่อสานฝันเด็กให้เป็นจริงต่อไป.


