GISTDA ชี้ 'ถนน-ทางรถไฟ' ในหาดใหญ่ต้องฟื้นฟูกว่า 1,200 กม.
GISTDA ประเมินความเสียหายของ 'โครงข่ายคมนาคม' ในหาดใหญ่ เผยต้องฟื้นฟูกว่า 1,200 กม.หลังน้ำลด
KEY
POINTS
- GISTDA ใช้ข้อมูลดาวเทียมประเมินความเสียหายใน อ.หาดใหญ่ พบว่าถนนและทางรถไฟได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นระยะทางยาวกว่า 1,200 กม.
- ถนนชุมชนและท้องถิ่นได้รับผลกระทบมากที่สุด (845 กม.) ตามมาด้วยทางรถไฟ (255.67 กม.) และทางหลวงแผ่นดิน (175 กม.)
- พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมลึกเกิน 1.5 เมตร ซึ่งมีระยะทางรวมกว่า 155 กม. ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่ต้องตรวจสอบโครงสร้างและซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนก่อนเปิดใช้งาน
GISTDA วิเคราะห์ภาพจากดาวเทียมและข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อประเมินความเสียหายของถนนและทางรถไฟในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบว่าโครงข่ายคมนาคมได้รับผลกระทบจำนวนมากและต้องเร่งฟื้นฟูทันทีหลังน้ำลด
การประเมินพบว่าเส้นทางที่ถูกน้ำท่วมและทางรถไฟ มีความยาวมากกว่า 1,200 กม. และส่วนที่ต้องเข้าฟื้นฟูโดยตรงยาวประมาณ 450 กม. โดยมีรายละเอียดดังนี้
ถนนชุมชน-ถนนท้องถิ่น ได้รับผลกระทบมากที่สุด
มีความยาวน้ำท่วมราว 845 กม. หรือคิดเป็น 80% ของถนนทั้งหมด ซึ่งต้องเร่งทำความสะอาด กำจัดตะกอน และซ่อมแซมทางในพื้นที่ชุมชน
ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1-3
ทางหลวงแผ่นดิน 1–3 หลักมีความเสียหายรวมประมาณ 175 กิโลเมตร แยกเป็น
- หมายเลข 3 หลัก มีความยาว 130 กม.
- หมายเลข 2 หลัก มีความยาว 30 กม.
- หมายเลข 1 หลัก มีความยาว 15 กม.
โดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 หลักมีปริมาณที่ต้องฟื้นฟูน้อยกว่า แต่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากกว่า และเป็นส่วนที่ต้องฟื้นฟูให้เร็วที่สุด
ทางรถไฟถูกน้ำท่วมกว่า 255.67 กม.
เครือข่ายทางรถไฟได้รับผลกระทบรวม 255.67 กิโลเมตร โดยมีช่วงที่น้ำท่วมลึกเกิน 1 เมตร ประมาณ 12 กิโลเมตร ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบโครงสร้างราง หมอน และระบบระบายน้ำอย่างละเอียดก่อนให้บริการเดินรถ เพื่อความปลอดภัยก่อนการเดินรถ
ระดับน้ำท่วมลึก สะท้อนความเสี่ยงต่อโครงสร้างถนน
การประเมินของ GISTDA ยังพบว่าระดับน้ำท่วมมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเสี่ยงความเสียหายของถนน โดยเฉพาะช่วงที่น้ำท่วมลึกรวมมากกว่า 155.37 กิโลเมตร แบ่งเป็น
- ระดับ 1.5–2.0 เมตร มีความยาว 137.15 กม.
- ระดับ มากกว่า 2.0 เมตร มีความยาว 18.22 กม. (ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงความเสียหายเชิงโครงสร้างสูง)
ทั้งนี้ จุดที่มีระดับน้ำท่วมเกิน 1.5 เมตรขึ้นไป จัดเป็นพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและต้องตรวจสอบ ซ่อมแซมอย่างจริงจังก่อนเปิดให้ใช้งาน เนื่องจากโครงถนนอาจได้รับผลกระทบทั้งชั้นดินถม ระบบระบายน้ำ และฐานรากของผิวทาง


