น้ำท่วมภาคใต้ 9 จังหวัดวิกฤต! ปภ. เผยกระทบกว่า 9.8 แสนครัวเรือน
สรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด 26 พ.ย. 68 ปภ. เผย "น้ำท่วมภาคใต้" 9 จังหวัดยังวิกฤต ส่วน "ลุ่มน้ำเจ้าพระยา" ระดับน้ำลดลงแล้ว
KEY
POINTS
- ภาคใต้ 9 จังหวัดวิกฤต สถานการณ์น้ำเพิ่มสูงต่อเนื่อง กระทบกว่า 986,018 ครัวเรือน
- ลุ่มน้ำเจ้าพระยาคลี่คลาย 11 จังหวัดในภาคกลางและภาคเหนือ ระดับน้ำลดลง และสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ
- ปภ. ระดมความช่วยเหลือ จัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า พร้อมส่ง เรือท้องแบน เจ๊ตสกี และเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
วันนี้ (26 พ.ย. 68) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ทั่วประเทศ พบภาพรวมแบ่งเป็นสองโซนชัดเจน
โดยสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ ยังคงน่าเป็นห่วงใน 9 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและ ระดับน้ำลดลง อย่างต่อเนื่อง
ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยข้อมูลจากการติดตามของศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (ณ เวลา 06.00 น.) ว่า
ปัจจุบันประเทศไทยยังมีจังหวัดที่ประสบอุทกภัยรวม 20 จังหวัด ครอบคลุม 151 อำเภอ 8,003 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อประชาชน 1,128,284 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตรวม 46 ราย โดยทาง ปภ. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าจะกลับสู่สภาวะปกติ
เกาะติด "น้ำท่วมภาคใต้" 9 จังหวัด พื้นที่ส่วนใหญ่ระดับน้ำยังเพิ่มสูง
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ถือว่ายังวิกฤต โดยมีพื้นที่ประสบภัย 9 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 9.8 แสนครัวเรือน
และมีผู้เสียชีวิตในโซนภาคใต้รวม 18 ราย (นครศรีธรรมราช 6, สงขลา 5, ปัตตานี 3, ยะลา 2 และพัทลุง 2 ราย) โดยรายละเอียดสถานการณ์รายจังหวัด มีดังนี้
กลุ่มจังหวัดที่ระดับน้ำ "เพิ่มขึ้น" (ต้องเฝ้าระวังพิเศษ)
- นครศรีธรรมราช: กระทบ 22 อำเภอ อาทิ เมืองฯ, ทุ่งสง, ปากพนัง (223,221 ครัวเรือน)
- สงขลา: กระทบ 16 อำเภอ อาทิ หาดใหญ่, เมืองฯ, สะเดา (320,887 ครัวเรือน)
- พัทลุง: กระทบ 11 อำเภอ อาทิ เมืองฯ, ควนขนุน (148,115 ครัวเรือน)
- ปัตตานี: กระทบ 12 อำเภอ อาทิ เมืองฯ, หนองจิก (114,620 ครัวเรือน)
- นราธิวาส: กระทบ 12 อำเภอ อาทิ สุไหงโก-ลก, ระแงะ (79,641 ครัวเรือน)
- ยะลา: กระทบ 8 อำเภอ อาทิ เมืองฯ, เบตง (45,634 ครัวเรือน)
- ตรัง: กระทบ 9 อำเภอ อาทิ เมืองฯ, กันตัง (12,647 ครัวเรือน)
- สตูล: กระทบ 7 อำเภอ อาทิ เมืองฯ, ละงู (26,219 ครัวเรือน)
กลุ่มจังหวัดที่ระดับน้ำ "ลดลง"
- สุราษฎร์ธานี: ยังมีน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ ท่าฉาง, กาญจนดิษฐ์, เคียนซา และพระแสง
อัปเดต "ลุ่มน้ำเจ้าพระยา" 11 จังหวัด ระดับน้ำลดลงทุกพื้นที่
สำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง บริเวณ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงแล้ว โดยระดับน้ำเริ่มลดลงในทั้ง 11 จังหวัดที่ประสบภัย ได้แก่
- พิษณุโลก: เหลือพื้นที่ท่วม 1 อำเภอ (บางระกำ)
- นครสวรรค์: กระทบ 4 อำเภอ (ชุมแสง, เมืองฯ, พยุหะคีรี, โกรกพระ)
- อุทัยธานี: กระทบ 1 อำเภอ (เมืองฯ)
- ชัยนาท: กระทบ 5 อำเภอ รวมอำเภอเมืองฯ
- สิงห์บุรี: กระทบ 3 อำเภอ (อินทร์บุรี, พรหมบุรี, เมืองฯ)
- อ่างทอง: กระทบ 4 อำเภอ (ป่าโมก, วิเศษชัยชาญ, ไชโย, เมืองฯ)
- สุพรรณบุรี: กระทบ 7 อำเภอ รวมอำเภอเมืองฯ และบางปลาม้า
- พระนครศรีอยุธยา: ยังท่วมใน 12 อำเภอ กระทบกว่า 6.6 หมื่นครัวเรือน
- ปทุมธานี: กระทบ 2 อำเภอ (สามโคก, เมืองฯ)
- นนทบุรี: กระทบ 4 อำเภอ (เมืองฯ, ปากเกร็ด, บางกรวย, บางบัวทอง)
- นครปฐม: กระทบ 7 อำเภอ รวมนครชัยศรีและพุทธมณฑล
หมายเหตุ: โซนภาคกลางและเหนือ มีผู้เสียชีวิตสะสมรวม 28 ราย โดยพระนครศรีอยุธยาสูงสุด 19 ราย
ปภ. ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เพื่อรับมือกับวิกฤต น้ำท่วมภาคใต้ ที่ยังรุนแรง ปภ. ได้ยกระดับการจัดการโดยจัดตั้ง ศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา
เพื่อบัญชาการเหตุการณ์และระดมทรัพยากรเข้าช่วยเหลือทันที ประกอบด้วย
- ทีมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ
- เรือท้องแบน และ เจ๊ตสกี
- เครื่องจักรกลสาธารณภัย
- เฮลิคอปเตอร์ KA-32 สนับสนุนพื้นที่เข้าถึงยาก
- รถประกอบอาหาร และ รถผลิตน้ำดื่ม เพื่อดูแลเรื่องปากท้องประชาชน
ทั้งนี้ สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ น้ำลดลง แล้ว ปภ. เตรียมเร่งเข้าสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการเยียวยาและฟื้นฟู ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด


