ใต้ยังอ่วม "ชวลิต" ชี้เหตุน้ำท่วมหนักจาก 3 ปัจจัยซ้อน คาดน้ำลดในไม่กี่วัน
ชวลิต จันทรรัตน์ ชี้น้ำท่วมใต้–หาดใหญ่ปีนี้หนักกว่าปีก่อนเพราะร่องมรสุมถูกดันลงใต้ หย่อมความกดอากาศต่ำค้าง และลานีญาเสริมความชื้น แต่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายระดับน้ำทยอยลด
KEY
POINTS
- น้ำท่วมรุนแรงเกิดจาก 3 ปัจจัยซ้อนกัน คือ ร่องมรสุมที่เคลื่อนตัวลงใต้, หย่อมความกดอากาศต่ำในมาเลเซีย และอิทธิพลของลานีญา ซึ่งส่งผลให้มีฝนตกหนักและต่อเนื่องยาวนาน
- สถานการณ์ฝนเริ่มคลี่คลายลงแล้ว และคาดว่าระดับน้ำในลำน้ำสายหลักจะลดลงกลับสู่ตลิ่งได้ภายใน 3 วัน หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม
- ความรุนแรงของน้ำท่วมปีนี้มากกว่าปีก่อน เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำในมาเลเซียไม่เคลื่อนที่ ทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานกว่า จนพื้นที่ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน
นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการและผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ ทีมกรุ๊ป เปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้อธิบายถึงสาเหตุหลักๆ 3 ประการ สถานการณ์ปัจจุบัน และการคาดการณ์ รวมถึงคำแนะนำสำหรับผู้ประสบภัย
ประเด็นสำคัญคือ สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในภาคใต้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ เกิดจากปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ทำให้ปริมาณฝนสูงกว่าปกติและท่วมขังเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝนกำลังคลี่คลายลง แต่ระดับน้ำยังคงใช้เวลาในการลดลง
โดยนายชวลิตได้ระบุสาเหตุหลัก 3 ประการของน้ำท่วมรุนแรงดังนี้
1.ร่องมรสุม: ปกติจะพาดผ่านพื้นที่เพชรบุรี ประจวบฯ และชุมพร แต่ถูกลมหนาวจากทางเหนือดันลงมาไกลถึงนครสวรรค์ ทำให้ร่องมรสุมเคลื่อนตัวลงไปถึงสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
2.หย่อมความกดอากาศต่ำในมาเลเซีย: ทำหน้าที่ "ดึง" ร่องมรสุมให้เคลื่อนลงใต้เร็วขึ้นและเสริมกำลังมรสุมทำให้มีฝนตกหนัก
3.อิทธิพลของลานีญาที่มาเพิ่มน้ำ: เริ่มมีอิทธิพลตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ทำให้ลมศูนย์สูตรพัดแรงจากตะวันออกไปตะวันตก หอบความชื้นจำนวนมากจากอ่าวไทยเข้ามาในร่องมรสุม ส่งผลให้ปริมาณฝนตกสูงมากๆ ถึง 300-400 มิลลิเมตรต่อวันในบางพื้นที่ ซึ่งสูงกว่าปกติมาก (ปกติภาคใต้ 100-200 มม.)
ความแตกต่างจากน้ำท่วมปีก่อน
ปีก่อน (ช่วงปลายปี 2567) เคยเจอ 3 ปัจจัยนี้รวมกันมาแล้ว แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วและระยะเวลาสั้นกว่า (ประมาณ 3 วัน) ทำให้พื้นที่หาดใหญ่สามารถระบายน้ำได้ทันและไม่ท่วมหนัก แต่ปีนี้หย่อมความกดอากาศต่ำในมาเลเซียไม่เคลื่อนที่ ทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานกว่าปกติ
สถานการณ์ปัจจุบันและการคาดการณ์:
สถานการณ์ฝน: หย่อมความกดอากาศต่ำที่เคยทำให้ฝนตกหนักในมาเลเซียและพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) เริ่มเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ทำให้ปริมาณฝนในพื้นที่ดังกล่าวและหาดใหญ่ลดลงต่ำกว่า 100 มิลลิเมตร
ระดับน้ำ: สถานการณ์ฝนกำลังคลี่คลายลง ระดับน้ำในคลองสะเดา หรือคลองอู่ตะเภาเริ่มลดลงแล้วตั้งแต่เช้าวันนี้
และคาดว่าน้ำก้อนสุดท้ายจากคลองสะเดาจะเดินทางถึงหาดใหญ่ช่วงเที่ยงถึงบ่ายวันนี้ และระดับน้ำจะเริ่มลดลงหลังจากนั้น โดยระดับน้ำในลำน้ำสายหลักคาดว่าจะกลับสู่ระดับตลิ่งได้ภายในประมาณ 3 วัน หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม
ส่วนน้ำที่ท่วมขังในทุ่งหรือพื้นที่ราบลุ่มจะใช้เวลาระบายออกนานกว่า ขึ้นอยู่กับระบบคลองและเครื่องสูบน้ำในแต่ละพื้นที่ ส่วนการระบายน้ำลงทะเลยังได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูงวันละครั้ง ประมาณ 6 ชั่วโมง ทำให้ระบายน้ำได้ช้าลง
แนวคิด "แม่น้ำบนท้องฟ้า" (Atmospheric Rivers)
เป็นงานวิจัยของสหรัฐอเมริกาที่ใช้เรียกก้อนความชื้นขนาดใหญ่ (เมฆ) ที่เคลื่อนที่บนท้องฟ้า เปรียบเสมือนลำธารที่ไหลอยู่บนฟ้า เกี่ยวข้องกับลมและหย่อมความกดอากาศต่ำที่พัดพาและรวมตัวกันของความชื้นจนกลายเป็นเม็ดฝน
คำแนะนำสำหรับผู้ประสบภัย
ผู้ประสบภัยที่ยังติดค้างอยู่ควรใช้การส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือที่ชัดเจนและมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก่อนแบตเตอรี่หมด สิ่งสำคัญที่สุดคือการกดส่งตำแหน่งที่ตั้ง (location) ผ่านแอปพลิเคชัน (เช่น Google Maps) เพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถค้นหาได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากแบตเตอรี่โทรศัพท์เป็นสิ่งสำคัญและจะหมดได้ง่าย ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการตำหนิกันและกันและขอให้ทุกคนอดทนต่อสถานการณ์นี้ร่วมกัน
หมายเหตุ: "คลองสะเดา" และ "คลองอู่ตะเภา" เป็นเป็นคลองเดียวกัน ส่วนต้นน้ำที่อยู่ใกล้อำเภอสะเดาจะเรียกกันว่าคลองสะเดา เมื่อไหลลงมาใกล้ตัวเมืองหาดใหญ่และที่ผ่านตัวเมืองหาดใหญ่จะเรียกว่าคลองอู่ตะเภา
ให้เกิดความชัดเจน จึงเรียกลำน้ำส่วนต้น ว่า คลองสะเดา ตามที่คนท้องถิ่นเรียก และส่วนที่ไหลมาใกล้หาดใหญ่และผ่านตัวหาดใหญ่จึงเรียกว่า คลองอู่ตะเภา


