เร่งลดระบายน้ำทุกเขื่อน คุมเจ้าพระยา–สิงห์บุรีกระทบ 23,894 คน
สทนช.–กฟผ.–ชลประทาน เดินหน้าแผนลดน้ำเหนือ คงระบายเขื่อนเจ้าพระยา 2,900 ลบ.ม./วินาที ขณะสิงห์บุรีคันดินแตกน้ำทะลัก กระทบกว่า 8,600 ครัวเรือน
KEY
POINTS
- รัฐบาลเร่งลดการระบายน้ำจากเขื่อนหลักทุกแห่ง เช่น เขื่อนภูมิพลและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำเหนือไม่ให้ซ้ำรอยปี 2554
- มีการควบคุมอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้คงไว้ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้สถานการณ์ในพื้นที่ท้ายเขื่อนรุนแรงขึ้น
- ผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งในจังหวัดสิงห์บุรีทำให้ประชาชนเดือดร้อนแล้ว 23,894 คน ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี
"แรงกดดันน้ำเหนือ"ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของลุ่มเจ้าพระยา แต่แผนบูรณาการ “ลดระบายน้ำทุกเขื่อน” ของรัฐบาลถูกวางไว้เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามซ้ำรอยปี 2554
โดย สทนช. ยืนยันไม่จำเป็นต้องเปิดอาคารระบายน้ำล้น (Spillway) เขื่อนภูมิพล แม้อ่างเก็บน้ำจะมีน้ำสูงถึง 99.59% เพราะมีการระบายล่วงหน้ามาตั้งแต่ต้นปีรวมกว่า 5,300 ล้าน ลบ.ม.
ลดระบายน้ำเชิงรุกทุกเขื่อนใหญ่
มาตรการหลักคือการ “ผ่อนน้ำเหนือ” แบบขั้นบันได
- เขื่อนภูมิพล ลดจาก 55 → 30 ล้าน ลบ.ม./วัน ภายใน 22 พ.ย.
- เขื่อนสิริกิติ์ เดินหน้าลดระบายพร้อมบริหารลุ่มน้ำน่าน–สะแกกรัง
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปรับลดเหลือ 136 ลบ.ม./วินาที เพื่อไม่เพิ่มแรงดันลงเจ้าพระยา
- เพิ่มการรับน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออก–ตะวันตก รวม 10 ลบ.ม./วินาที
"ทั้งหมดนี้เพื่อควบคุมไม่ให้ระดับเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูง จนต้องเร่งระบายเกินกว่าที่ชุมชนท้ายเขื่อนรองรับได้"
ตรึงเจ้าพระยาที่ 2,900 ลบ.ม./วินาที ลดผลกระทบสิงห์บุรี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กำชับชัดเจนให้ “คงอัตราระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไว้ที่ 2,900 ลบ.ม./วินาที” เพื่อไม่เพิ่มความเสี่ยงน้ำเอ่อล้นตลิ่งในสิงห์บุรี–อ่างทอง–ชัยนาท
ปภ.เผย สิงห์บุรี รับผลกระทบ จมท่วม 3 อำเภอ – 79 หมู่บ้าน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานผลกระทบล่าสุดจากน้ำล้นตลิ่งบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ 14 พ.ย.68 มีพื้นที่น้ำเข้าท่วม 3 อำเภอ 15 ตำบล 79 หมู่บ้าน รวม 8 ชุมชน ได้แก่
- อ.อินทร์บุรี
- อ.พรหมบุรี
- อ.เมืองสิงห์บุรี
ลักษณะน้ำท่วมเป็น บ้านใต้ถุนสูงนอกแนวคันกั้นน้ำ กระทบประชาชน 8,607 ครัวเรือน 23,894 คน แม้ยังไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่หลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องหากมีน้ำเหนือไหลลงมาสมทบ
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานตัวเลขว่า มีผู้รับกระทบที่จ.สิงห์บุรี 6,036 ครัวเรือน รวมกว่า 16,486 คน
สถานการณ์อ่างเก็บน้ำทั้งประเทศ
ภาพรวมอ่างเก็บน้ำใหญ่–กลางทั้งประเทศมีน้ำรวมถึง 89% ของความจุเก็บกัก และน้ำใช้การ 83% ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายปี แต่ยังจัดการได้ภายใต้แผนระบายแบบควบคุมทิศทาง
น้ำเจ้าพระยาแรงดันพังพนังอินทร์บุรี เตือนบ่าเข้าทุ่งอ่างทอง
ศศิน เฉลิมลาภ กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อธิบายไทม์ไลน์น้ำหลากลุ่มเจ้าพระยาที่กำลังเคลื่อนตัวลงทุ่ง พร้อมจับตาผลกระทบจากแรงดันน้ำระดับ 2,900 ลบ.ม./วินาที ของเขื่อนเจ้าพระยา
หลังพนังกั้นน้ำที่อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี “แตกตามคาด” ศศินระบุว่า ยังต้องลุ้นว่ามวลน้ำจะบ่าลงไปถึง อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ภายในกี่วัน ประเมินคร่าว ๆ ว่าอาจใช้เวลาราวสี่ถึงห้าวัน หรือเร็วกว่านั้น ขณะเดียวกัน เขาย้ำว่าสถานการณ์คันแตกที่อินทร์บุรียัง ไม่ส่งผลต่ออ่างทอง อยุธยาโดยทันที แม้วันนี้ระดับน้ำอ่างทองจะขยับขึ้นจากเมื่อวาน 3 เซนติเมตร ซึ่งหมายความว่าผลกระทบจริงอาจ “ปรากฏชัด” ในวันนี้ (14พ.ย.68)
ด้านแม่น้ำลพบุรี ศศินรายงานจากพื้นที่บ้านตนที่บางปะหันว่า ระดับน้ำลดลง 5 เซนติเมตร แต่ในเขตลพบุรีกลับเพิ่มขึ้นถึง 8 เซนติเมตร คาดว่าจะไหลมาเติมช่วงบ่ายนี้ ส่วนคลองบางบาลขึ้น 1 เซนติเมตร คลองบางหลวงขึ้น 2 เซนติเมตร ซึ่งน่าจะรักษาระดับไปอีกระยะ
อย่างไรก็ดี แม่น้ำน้อย อ.เสนา กลับเพิ่มขึ้นถึง 5 เซนติเมตร ซึ่งศศินมองว่าอาจเป็น “มวลน้ำทุ่ง” จากคันคลองบางหลวงที่แตก แล้วไหลบ่าลงฝั่งผักไห่ ก่อนมารวมตัวกันอีกครั้งในลุ่มน้ำเสนา
ศศินทิ้งท้ายว่า เวลานี้ความช่วยเหลือต้องมุ่งไปที่อินทร์บุรีเป็นลำดับแรก พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ระยะยาว หากมวลน้ำกระจายลงทุ่งสิงห์บุรี–พรหมบุรี ไปจนถึงทุ่งโพธิ์ทอง อ่างทอง พร้อมเอ่ยชื่อ “โกศล รักษ์ประชาไท” ให้ช่วยจัดการ “แบ่งน้ำ” เพราะอาจทำให้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย ตั้งแต่วิเศษชัยชาญ ผักไห่ ไปจนถึงเสนา รับภาระน้ำก้อนนี้เพิ่มขึ้นด้วย—แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่าตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจสถานการณ์ทั้งหมดเช่นกัน.
ที่มา : กรมชลประทาน , สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ , กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , เฟซบุ๊ก ศศิน เฉลิมลาภ


