กรมชลฯติดเครื่องสูบ–ผลักน้ำทั่วลุ่มเจ้าพระยา ลดท่วมท้ายเขื่อน
ความคืบหน้าระบายท่วมลุ่มเจ้าพระยาเดินหน้าเต็มรอบ กรมชลฯ ติดตั้งเครื่องสูบ–ผลักน้ำกว่า 70 จุด เปิดทุ่งรับน้ำ และผันลงตะวันออก เพื่อลดผลกระทบท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
KEY
POINTS
- กรมชลประทานเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อระบายมวลน้ำจากตอนบนและลดผลกระทบน้ำท่วมท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
- ระดมเครื่องจักรมากกว่า 70 เครื่องในพื้นที่ลุ่มต่ำ 4 จังหวัดหลัก (สุพรรณบุรี, อ่างทอง, สิงห์บุรี-ชัยนาท) เพื่อเปิดทางน้ำออกจากพื้นที่
- เป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่น้ำท่วมกว่า 2.4 ล้านไร่ และเร่งคืนพื้นที่ให้เกษตรกรสามารถทำนาปรังได้
เร่งระบายน้ำลุ่มเจ้าพระยา ภารกิจด่วนของกรมชลประทาน**
ลุ่มน้ำเจ้าพระยากำลังเผชิญมวลน้ำจากตอนบนหลั่งไหลลงสู่พื้นที่รับน้ำช่วงปลายฤดูฝน ขณะที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มรับแรงดันเต็มพิกัด ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการด่วนให้กรมชลประทานติดตั้งเครื่องสูบน้ำ–เครื่องผลักดันน้ำกว้างขวางกว่าเดิม พร้อมเร่งผันน้ำเข้าทุ่งและระบายลงแม่น้ำสายรอง เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชนในสุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง รวมทั้งพื้นที่ชุมชนปลายน้ำในนครปฐม–นนทบุรี–ปทุมธานี
สถานการณ์น้ำ: C.2 พุ่งแตะ 3,011 ลบ.ม./วินาที ก่อนเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา
สถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ รายงานอัตราการไหล 3,011 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะไหลลงบรรจบแม่น้ำสะแกกรัง ก่อนปะทะกับเหนือเขื่อนเจ้าพระยา กรมชลประทานยังคงควบคุมการระบาย 2,900 ลบ.ม./วินาทีต่อเนื่อง สอดคล้องช่วงระดับน้ำทะเลลดลง คาดว่าเป็นชุดระบายสุดท้ายของฤดูฝนปี 2568
เวลาเดียวกัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ปรับลดการระบายเหลือ 200 ลบ.ม./วินาที และทยอยผลักน้ำผ่านเขื่อนพระรามหก เข้าคลองระพีพัฒน์ลงสู่แม่น้ำนครนายก–บางปะกง–อ่าวไทย เพื่อลดแรงดันจากตอนบนลงสู่พื้นที่ตะวันออกตอนล่าง
ปฏิบัติการติดตั้งเครื่องสูบ–ผลักดันน้ำ “แนวรบ 4 จังหวัด”
สำนักงานชลประทานที่ 12 ระดมเครื่องสูบน้ำในจุดลุ่มต่ำ–ชุมชน–ทุ่งเกษตร รวมมากกว่า 70 เครื่อง แบ่งตามโครงการต่าง ๆ ดังนี้:
สุพรรณบุรี (โพธิ์พระยา, สามชุก) รวม 34 เครื่อง
- ต.บ้านแหลม บางปลาม้า – 9
- ต้นตาล–บ้านกุ่ม–บางพลับ–บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง – 12
- ต.ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณฯ – 4
- ต.ศาลาขาว ศรีประจันต์ – 5
- ต.บางงาม ศรีประจันต์ – 2
อ่างทอง รวม 12 เครื่อง
- ต.ตลาดหลวง เมืองอ่างทอง – 5
- ต.บางแก้ว เมืองอ่างทอง – 3
- ต.ศาลเจ้าโรงทอง วิเศษชัยชาญ – 1
สิงห์บุรี–ชัยนาท รวม 26 เครื่อง
- ทับยา อินทร์บุรี – 2
- โรงช้าง พรหมบุรี – 1
- ห้วยกรดพัฒนา สรรคบุรี – 2
- ต้นโพธิ์ เมืองสิงห์บุรี – 1
- อินทร์บุรี – 1
- บางพุทรา เมืองสิงห์บุรี – 14
- บางกระบือ เมืองสิงห์บุรี – 3
อุทัยธานี
- ต.โคกหม้อ ทัพทัน – 2
ทุกจุดเปิดเครื่องเดินเต็มรอบเพื่อเปิดทางน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ เบี่ยงน้ำเข้าคลองส่งน้ำหลัก และรักษาระดับน้ำในทุ่งเพื่อเตรียมพื้นที่ทำนาปรังรอบใหม่
ภาพถ่าย THEOS-1 ชี้ชัด — น้ำท่วม 17 จังหวัดกลาง เกิน 2.44 ล้านไร่
GISTDA เปิดข้อมูลน้ำท่วมขังล่าสุดจากภาพดาวเทียม THEOS-1 วันที่ 12 พฤศจิกายน พบพื้นที่น้ำท่วมรวม 2,441,484 ไร่ ครอบคลุมลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง–ตอนกลาง
จุดวิกฤต
อยุธยา: ท่วมกว่า 405,067 ไร่ ใน 12 อำเภอ ตั้งแต่เสนา–ผักไห่–บางบาล จนถึงพระนครศรีอยุธยา
สุพรรณบุรี: ท่วมกว่า 323,144 ไร่ ในบางปลาม้า–สองพี่น้อง–เมืองสุพรรณฯ
อ่างทอง: ท่วมบางส่วนของป่าโมก 2,932 ไร่
นครปฐม: อ.บางเลน 82,674 ไร่
ภาพยังแสดงสีน้ำตาลของมวลน้ำใหม่ปะปนตะกอน และสีเข้มของน้ำที่ค้างลึกมานาน ชี้ให้เห็นว่าระดับน้ำยังไม่ทันระบายออกแบบสมบูรณ์ในหลายพื้นที่
ภารกิจต่อเนื่อง: สูบ–ผัน–ผลักน้ำจนกว่าจะกลับสู่ปกติ
กรมชลประทานยืนยันเดินหน้าติดตามสถานการณ์ชั่วโมงต่อชั่วโมง ส่งเจ้าหน้าที่–เครื่องจักรเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำทุกจังหวัด พร้อมบูรณาการ อปท. และหน่วยงานภาคสนามเพื่อเร่งคืนพื้นที่เมือง–ชุมชน–เกษตรให้เร็วที่สุด
ภารกิจวันนี้ไม่ใช่แค่ระบายน้ำ แต่คือการตัดตอนความเสียหายยืดเยื้อ เพื่อให้เกษตรกรลุ่มเจ้าพระยาเดินหน้าสู่ฤดูกาลนาปรังโดยไม่ล่าช้า และลดแรงกระแทกท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่กำลังรับภาระหนักที่สุดของปี.
ข้อมูล : กรมชลประทาน , GISTDA
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง


