posttoday

พร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน! กทม. เล็งใช้รถขยะ EV เดินหน้า “ไม่เทรวม”

12 มีนาคม 2569

เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน กทม. เตรียมแผนสำรองน้ำมัน และมีแนวทางทยอยปรับเปลี่ยนรถเก็บขยะเป็นรถไฟฟ้า (EV) ในระยะยาวเพื่อกระจายความเสี่ยง

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเปิดงาน Climate Care Talk : รู้ทันมาตรการจัดการขยะ “โครงการไม่เทรวม” ซึ่ง กทม. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดขึ้น ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ มุ่งผลักดันให้ประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมกัน แยกขยะ กทม. ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบและสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เปิดเผยว่า ขยะจำนวนมากยังมีคุณค่าและสามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ปัญหาเกิดจากการที่ขยะเปียกถูกทิ้งปะปนกับขยะประเภทอื่น ทำให้การนำไปใช้ประโยชน์ทำได้ยากและลงเอยด้วยการฝังกลบ ซึ่งสร้างมลพิษและก๊าซเรือนกระจก กทม. จึงเร่งส่งเสริมให้ครัวเรือนคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เช่น ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล และขยะทั่วไป เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์สูงสุด

 

พร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน! กทม. เล็งใช้รถขยะ EV เดินหน้า “ไม่เทรวม”

 

กทม. เตรียมแผนพลังงาน เล็งเปลี่ยนรถขยะเป็น EV

 

นอกจากการจัดการขยะแล้ว ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังได้เตรียมประเมินความเสี่ยงด้านพลังงานในกรณีที่โลกเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจาก กทม. มีรถเก็บขยะกว่า 2,000 คันที่ต้องวิ่งตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงรถบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ เบื้องต้นได้ประสานผู้จำหน่ายน้ำมันเพื่อเตรียมแหล่งสำรองแล้ว และในระยะยาว กทม. มีแนวทางที่จะทยอยเปลี่ยนรถเก็บขยะบางส่วนให้เป็นรถไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและกระจายความเสี่ยง

 

"การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากความร่วมมือของทุกคน หากช่วยกัน แยกขยะ กทม. ตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดภาระของเมือง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่เมืองที่ยั่งยืนในอนาคต" นายชัชชาติ กล่าว 

 

พร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน! กทม. เล็งใช้รถขยะ EV เดินหน้า “ไม่เทรวม”

 

เงื่อนไขปรับ “ค่าธรรมเนียมเก็บขยะ” จ่าย 20 บาท  

 

เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กทม. ได้กำหนดมาตรการด้าน ค่าธรรมเนียมเก็บขยะ สำหรับครัวเรือนทั่วไป ดังนี้

 

  • ครัวเรือนที่ไม่คัดแยกขยะ: อัตราค่าธรรมเนียมจะถูกปรับเพิ่มจากเดิม 20 บาท เป็น 60 บาทต่อเดือน

 

  • ครัวเรือนที่คัดแยกขยะ: จะยังคงเสียค่าธรรมเนียมในอัตราเดิมที่ 20 บาทต่อเดือน (โดยต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน และส่งหลักฐานการแยกขยะทุก 6 เดือน)

 

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น ห้างร้านและธุรกิจต่างๆ จะถูกปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมตามปริมาณขยะที่ทิ้งจริง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการคัดแยกขยะภายในองค์กร ซึ่งนอกจากจะช่วยโลกแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจได้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

มติ5:2อนุกกต.ตีตกคดีฮั้วสว. ชี้229รายไร้มูลความผิดส่งชุดใหญ่ชี้ขาด