พยากรณ์อากาศ13ก.ย.68 ฝนตกหนักหลายภาค ระวังน้ำท่วม คลื่นสูง2เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 13 ก.ย. ฝนตกหนักหลายพื้นที่ทั้งอีสาน กลาง ตะวันออก ใต้ และกทม. ระวังน้ำท่วมฉับพลัน ขณะคลื่นลมทะเลอันดามัน–อ่าวไทยสูงกว่า 2 เมตร
KEY
POINTS
- วันที่ 13 ก.ย. 68 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
- กรมอุตุฯ เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่เกิดจากฝนตกสะสม
- ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 13 กันยายน 2568 คาดการณ์ว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากจากฝนที่ตกสะสม
สาเหตุสำคัญเกิดจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้หลายพื้นที่เผชิญสภาพอากาศแปรปรวน
ด้านคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง มีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร โดยบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร กรมอุตุฯ จึงขอให้ชาวเรือและชาวประมงเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่มีฝนฟ้าคะนอง
ทั้งนี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับให้ติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย
ลำพูน ลำปาง ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์
สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี
นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.


