posttoday
"ปณิธาน"ชี้สอบลอบยิง"ทรัมป์"หากปล่อยเนิ่นช้าอาจคิดได้สร้างสถานการณ์

"ปณิธาน"ชี้สอบลอบยิง"ทรัมป์"หากปล่อยเนิ่นช้าอาจคิดได้สร้างสถานการณ์

15 กรกฎาคม 2567

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ชี้การสอบเหตุลอบยิง"ทรัมป์"หากปล่อยเนิ่นช้า ความจริงไม่ปรากฏ อาจคิดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ หลังจากนี้เห็นการปราศรัยหาเสียง"ริพับลิกัน"และ"เดโมแครต"ลดวาทะกรรมรุนแรง ว่าที่ปธน.สหรัฐกระทบไทยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่าทีสนับสนุนใคร

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และการต่างประเทศ ให้ความเห็นกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถูกลอบยิงขณะปราศรัยที่เมืองบัตเลอร์ มลรัฐเพนซิลเวเนียว่า พฤติกรรมของคนร้ายต้องมีความชำนาญในพื้นที่พอสมควร แม้สถานที่จัดการปราศรัยหาเสียงจะไม่ใช้สถานที่ปิด แต่การที่จะเข้าไปในพื้นที่ก็ต้องมีความยากลำบาก เพราะก่อนหน้าที่ ทรัมป์ จะลงพื้นที่ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยตะเวนตรวจตราอยู่ก่อนหน้าการปราศรัยหลายวัน 

"การที่คนหนึ่งสามารถพกปืนเข้าไปยิงในระยะใกล้ขนาดนั้นได้ ต้องมีความชำนาญพอตัว  แม้ว่า ที่ผ่านมาการรักษาความปลอดภัยให้กับทรัมป์จะเป็นไปด้วยความเข้มงวดและเข้มข้น ก็ตามแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีช่องโหว่ ให้กลุ่มคนเหล่านี้ สามารถเข้ามาก่อเหตุได้ เช่นเดียวกัน" รศ.ดร.ปณิธาน

ส่วนประเด็นที่ว่าคนที่ก่อเหตุ จะเป็นผู้ก่อการร้ายหรืออยู่กลุ่มใดนั้นอย่างเร็วไปที่จะให้ข้อสรุปเนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดและยังไม่มีข้อมูลมากนักที่จะนำมาวิเคราะห์ ส่วนประเด็นที่ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ ในส่วนนี้ก็แล้วแต่คนจะคิด เพราะถ้ายิ่งปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไปแล้วความจริงไม่ปรากฏ ก็เป็นไปได้ที่หลายคนจะคิดไปในทิศทางต่างๆนานา

ที่ผ่านมากรณีการลอบยิงประธานาธิบดีหรือนักการเมืองไงสหรัฐอเมริกามีมาโดยตลอด และสามารถทำสำเร็จถึง 4 ครั้ง และที่ไม่สำเร็จอีกจำนวนหลายครั้ง บุคคลที่ก่อเหตุก็มีทั้ง ที่มาในรูปแบบของ องค์กร และมาในรูปแบบของบุคคลที่มีความเห็นสุดโต่งทางความคิด หรือ เป็นพวกหัวรุนแรง

หากกรณีใดลักษณะที่เกิดบ่อยๆ มันจะแสดงให้เห็นได้ว่า ไม่มีเสถียรภาพการเมืองในสหรัฐอเมริกา และที่น่าเป็นห่วงคือถ้าหากสหรัฐไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ก็จะก่อให้เกิดกลุ่มต่างๆที่มีทั้งความคิดสุดโต่ง หรือความเห็นแยกทางการเมืองหรือกลุ่มจากต่างประเทศเข้ามาอาศัยจังหวะนี้ในการดำเนินการอย่างไรก็ได้
 

หลังจากเกิดเหตุนี้เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในการหาเสียง ของพรรคริพับลิกัน และพรรคเดโมแครต อย่างแน่นอนเช่น การลดวาทะที่มีความรุนแรง และลดความเข้มข้นให้การปราศรัย ส่วนจะกระทบคะแนนเสียงของทั้งสองพรรคการเมืองหรือไม่ สำหรับมลรัฐที่มีความเสถียรทางการเมืองอยู่แล้วคิดว่าไม่น่ากระทบ เพราะแต่ละรัฐก็มี ฐานคะแนนเสียงที่ชัดเจนว่าต้องการที่จะเลือกใคร 

เหตุการณ์ครั้งนี้จะส่งผลอย่างแน่นอนกับรัฐที่ไม่ได้มีฐานคะแนนเสียงชัดเจน ซึ่งมีประมาณ 4 มลรัฐ มีประชากรประมาณ 50,000 - 1 แสนคน ที่จะเป็นตัวชี้ชะตาว่าใครจะได้ จะได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป
 
รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา จะมีผลอย่างมากในเรื่องของ สงครามระหว่าง ยูเครนและรัสเซีย เพราะจะเห็นได้ชัดเจนว่าทรัมป์จะมีนโยบายในการยุติสงคราม ขณะที่โจไบเดนเองก็มีนโยบายชัดเจนในการสนับสนุน ยูเครน 

นอกจากนี้ประธานาธิบดีคนใหม่ ก็จะมีผล ต่อทวีปเอเชียเช่นการเติบโตของจีน ซึ่ง ทางทรัมป์เท่าที่เห็น ยังไม่ค่อยมีนโยบายอะไรที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเติบโตของจีน ในขณะที่โจไบเดนค่อนข้างจะมีนโยบายที่ชัดเจนในการเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของประเทศจีน

ส่วนที่ว่าจะมีผลกระทบกับไทยหรือไม่ต้องบอกว่ามีแต่ค่อนข้างน้อย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการแสดงท่าทีของไทยว่า หากว่าเราเลือกข้างแล้วผู้ที่เราเลือกได้เป็นประธานาธิบดี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาก็จะดีขึ้นแต่ถ้าเราเลือกที่จะนิ่งเฉย และวางตัวเป็นกลาง ประเทศไทยของเรา ก็จะอยู่ในลักษณะนี้ต่อไป

นอกจากนี้ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ยังพูดถึงการก่อเหตุให้ลักษณะ โลน วูล์ฟ ในประเทศไทยก็เคยเกิดขึ้นแล้วแต่ไม่ใช่ตัวบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่เกิดขึ้นกับสถานที่ เช่นการวางระเบิดในโรงพยาบาล พระมงกุฎเกล้า หรือการทำร้ายเด็กในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งนี่ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายเช่นเดียวกันในประเทศไทย 
 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี