posttoday

แนวโน้มหุ้นไทยดัชนีแกว่งในกรอบแคบ ราคาทองร่วง50บาท

20 กันยายน 2564

แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยแกว่งในกรอบแคบ จากปัจจัยความไม่แน่นอนหลายอย่าง ขณะที่ราคาทองคำปรับลดลง 50 บาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยเช้านี้และเอเชียจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยปัจจัยที่จะเข้ามารบกวนตลาดมาจากความไม่แน่นอนหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ไม่ว่าจะเป็น แรงกดดันจากกฎระเบียบกำกับดูแลของธุรกิจในประเทศจีน ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางการแก้ปัญหาในภาคอสังหาฯของจีนว่าจะออกมาในรูปแบบไหน

เนื่องจากนโยบายจีนในช่วงหลังพยายามจะพูดถึงการลดความเหลื่อมล้ำและการกระจายความมั่งคั่ง เพราะฉะนั้นแปลว่า อาจจะไม่ได้เข้าไปช่วยอุ้มบริษัทอสังหาฯแบบ 100% อาจจะไปช่วยแค่เฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อรายย่อย และทางด้านความเสียหายต่อสถาบันการเงินต่างๆ อาจจะให้สถาบันการเงินรับรู้ตามจริง และเข้าช่วยเหลือแค่บางส่วนเท่านั้น ดังนั้นต้องจับตาดูลักษณะความช่วยเหลือว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ก็คงส่งผลต่อตลาดในระยะสั้นทำให้มีแรงกระเพื่อมเล็กน้อย

และอีกปัจจัยสำคัญคือตัวเลขการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (เฟด) ที่คาดว่าน่าจะเห็นการส่งสัญญาณลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)อย่างแน่นอน เพียงแต่ตัวเลขที่ออกมาจะเป็นตัวกำหนดตลาดว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน เพราะถ้าหากแผนปรับลดวงเงิน QE มีลักษณะทยอยลดลงประมาณ 1-1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ภาพก็จะเป็นบวก เพราะใช้เวลาอีกมากกว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจจะราว 8 เดือน – 1 ปี

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนจากการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลสหรัฐฯ และการเข้าใกล้เส้นตายของเพดานหนี้สหรัฐฯ อีกด้วย ซึ่งทิศทาง Fund Flow ในฝั่งเอเชียส่วนใหญ่จะขึ้นกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินสหรัฐฯ จะเห็นว่าในระยะสั้นค่าเงินสหรัฐฯแข็งค่าขึ้น รวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ(Bond Yield)ก็ขยับขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นตลาดเหมือนจะเพิ่มการระมัดระวังมากขึ้น จึงอยากให้นักลงทุนระมัดระวังความผันผวนระยะสั้น

ฉะนั้น Fund Flow เคลื่อนไหวในทิศทางดังกล่าวอาจจะกระทบในหุ้นขนาดใหญ่ แต่การเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ก็จะไม่ค่อยมีผล จะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมาหุ้นขนาดกลาง-เล็กหลายตัวเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมปาล์ม / อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เช่น พวกไม้อัด จะเริ่มเห็นหุ้นที่ขึ้นนำและหุ้นตัวอื่นที่เริ่มทยอยตามขึ้นมา นักลงทุนอาจจะลองไปเล็งว่าตัวไหนยังขึ้นน้อยกว่าและน่าจะมีโอกาสตามกลุ่มที่เป็นผู้นำขึ้นมาได้ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมปาล์ม รอบนี้เห็น VPO ขึ้นมาหนัก ก็จะเริ่มเห็นตัวอื่นที่ยัง Laggard อยู่ เช่น UVAN หรือ UPOIC ทางด้านอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง อย่าง VNG ที่นำขึ้นมา ตัวที่ตามอยู่อย่าง SKN ก็อาจจะเป็นตัวที่น่าสนใจในเรื่องของการเก็งกำไร

พร้อมให้แนวรับที่ 1,615-1,620 จุด และแนวต้านที่ 1,630 จุด

ด้านสมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองคำประจำวัน เปิดตลาดลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อ 27,550 บาท ขายออก 27,650 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 27,060.60 บาท ขายออก 28,150 บาท

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอังคารที่ 24 ก.พ. 69