หุ้นไทยบวกตามตลาดต่างประเทศ ปิดพุ่ง19.17จุด

วันที่ 03 พ.ย. 2563 เวลา 17:28 น.
หุ้นไทยบวกตามตลาดต่างประเทศ ปิดพุ่ง19.17จุด
หุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,221.33 จุด เพิ่มขึ้น 19.17 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,169.98 ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มพรุ่งนี้ดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นต่อได้อีก

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 63 ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน ก่อนปิดช่วงเย็นที่ระดับ 1,221.33 จุด เพิ่มขึ้น 19.17 จุด (+1.59%) มูลค่าการซื้อขาย 50,169.98 ล้านบาท โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,222.78 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,209.90 จุด

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียบวกได้ราว 1.5% เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ปรับตัวขึ้น 1.6% เหมือนกันดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่บวกได้ราว 300 จุด ตอบรับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน และสหรัฐ และยุโรป ต่างออกมาดีเป็นการส่งสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐก็อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ทิศทางตลาดสหรัฐและทั่วโลกต่างรอปัจจัยนี้เพื่อปลดล็อก ซึ่งไม่ว่าใครจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ต่างก็ต้องดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังเจอผลกระทบจากโควิด-19 ค่อนข้างหนัก

ทั้งนี้ ตลาดบ้านเราได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน-กลุ่มปิโตรเคมีที่ขึ้นนำตลาด ผลจากราคาน้ำมันรีบาวด์ขึ้นหลังแผ่วไป 4-5 วันก่อนหน้านี้ ซึ่งคาดว่านักลงทุนสถาบันจะกลับเข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่ในวันนี้ด้วย ทำให้ตลาดฯปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศเริ่มทรงตัว แต่ยังมีความคาดหวังถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นการปลดล็อกปัจจัยในประเทศด้วย

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (4 พ.ย.) นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway up ซึ่งมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีก โดยมีแนวรับ 1,210 จุด ส่วนแนวต้าน 1,230 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านที่สำคัญ

นอกจากนี้ ให้รอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 4-5 พ.ย.นี้ โดยรอดูถ้อยแถลงของประธานเฟด และติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 พ.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มหลังจากที่เผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ระบาดหนัก และยังต้องติดตามผลการเลือกตั้งสหรัฐด้วย ส่วนบ้านเราก็ให้รอติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของบริษัทจดทะเบียนต่อไป

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,268.82 ล้านบาท ปิดที่ 78.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,107.33 ล้านบาท ปิดที่ 32.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,895.54 ล้านบาท ปิดที่ 54.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

IVL มูลค่าการซื้อขาย 1,475.90 ล้านบาท ปิดที่ 23.90 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 1,337.40 ล้านบาท ปิดที่ 41.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท