หุ้นไทยเจอแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มแบงก์ปิดภาคเช้าร่วง14จุด

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 12:46 น.
หุ้นไทยเจอแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มแบงก์ปิดภาคเช้าร่วง14จุด
ตลาดหุ้นไทยเจอแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มแบงก์ ปิดช่วงเช้าที่ระดับ 1,356.22 จุด ลดลง 14.60 จุด มูลค่าซื้อขายราว 35,582 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 63 ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดช่วงเช้า ก่อนปิดที่ระดับ 1,356.22 จุด ลดลง 14.60 จุด (-1.06%) มูลค่าซื้อขายราว 35,582 ล้านบาท โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,367.98 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,353.51 จุด

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ได้รับแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มแบงก์จากมาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ออกมา อย่างเรื่องธปท.สั่งให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 63 และงดซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้กลุ่มแบงก์กดดันดัชนีฯราว 5-6 จุด ขณะที่หุ้นในกลุ่มอื่นยัง Perform ได้ดี

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบสลับกัน ส่วนใหญ่ยังรักษาในแดนบวกได้ในกรอบแคบเฉลี่ยราว +0.2% หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกเริ่มที่จะดีขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นไม่ได้รับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด

อย่างไรก็ดีให้รอติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งหากปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ก็จะช่วยลดต้นทุนให้กับกลุ่มแบงก์ และหุ้นในกลุ่มแบงก์อาจฟื้นตัวขึ้นได้บ้าง เนื่องจากแบงก์มีเงินฝากเพิ่มขึ้นมาก 7-8% นับจากต้นปี และหากกลุ่มแบงก์ฟื้นก็จะช่วยหนุนตลาดฯด้วย

แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งแคบในลักษณะทรงตัวในช่วงรอผลประชุมกนง. และคาดว่านักลงทุนต่างชาติอาจขายออกมาบ้าง

พร้อมให้แนวรับ 1,355-1,360 จุด ส่วนแนวต้าน 1,370 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,871.32 ล้านบาท ปิดที่ 90.50 บาท ลดลง 5.25 บาท

BBL มูลค่าการซื้อขาย 2,355.66 ล้านบาท ปิดที่ 107.50 บาท ลดลง 8.00 บาท

SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,864.12 ล้านบาท ปิดที่ 72.75 บาท ลดลง 4.50 บาท

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,445.24 ล้านบาท ปิดที่ 96.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท

BAM มูลค่าการซื้อขาย 1,145.22 ล้านบาท ปิดที่ 24.80 บาท ลดลง 0.70 บาท

บทความแนะนำ