รัฐวิสาหกิจยังคงสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามแผน

วันที่ 28 มิ.ย. 2565 เวลา 22:47 น.
รัฐวิสาหกิจยังคงสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามแผน
สคร.แจง รัฐวิสาหกิจยังคงสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนเดือน พ.ค. ได้ตามแผน

นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 112,413 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 100 ของแผนการเบิกจ่ายสะสม ประกอบด้วย การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – เดือนพฤษภาคม 2565) 34 แห่ง จำนวน 61,734 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 97 ของแผนเบิกจ่ายสะสม และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน (ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 - เดือนพฤษภาคม 2565) 9 แห่ง จำนวน 50,679 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 104 ของแผนเบิกจ่ายสะสม

นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมา รัฐวิสาหกิจหลายแห่งมีการปรับกรอบงบลงทุนให้สอดคล้องกับความสามารถในการเบิกจ่ายและวงเงินที่ได้เร่งเบิกจ่ายไปบางส่วนแล้วในปี 2564 โดย ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2565 โครงการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการสามารถเบิกจ่ายเป็นไปตามแผน อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟ สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงบางซื่อ - รังสิต (โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง)) โครงการก่อสร้างรถไฟ สายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม - ชุมพร ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวสรุปว่า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2565 ภาพรวมของรัฐวิสาหกิจยังคงสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามแผน นอกจากนี้ สคร. ได้ติดตามการดำเนินการตามมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ประจำปี 2565 ซึ่งรัฐวิสาหกิจสามารถดำเนินการตามมาตรการเตรียมความพร้อมต่างๆ ได้ ทำให้ปัจจุบันโครงการสำคัญส่วนใหญ่สามารถลงนามในสัญญาได้แล้ว ทั้งนี้ คณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐในการประชุมครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ได้กำชับให้กระทรวงเจ้าสังกัดกำกับติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนในระยะเวลาที่เหลือของปี 2565 ให้เป็นไปตามเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของกรอบวงเงินอนุมัติให้เบิกจ่ายลงทุนด้วย