คนร. เห็นชอบแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเทศ

วันที่ 26 มิ.ย. 2565 เวลา 07:25 น.
คนร. เห็นชอบแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเทศ
คนร. เห็นชอบแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13”

นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่ง คนร. ได้พิจารณาในเรื่องต่างๆ โดยสรุปผลการประชุมที่สำคัญได้ดังนี้

1. เห็นชอบร่างแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2566 – 2570 (แผนพัฒนารัฐวิสาหกิจฯ) ซึ่งจะเป็นกรอบทิศทางหลักในการพัฒนารัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อเป็นกลไกในการถ่ายทอดยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน โดยแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจฯ มุ่งเน้นให้รัฐวิสาหกิจมีบทบาทและภารกิจขององค์กรที่ชัดเจนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการลงทุน การจ้างงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการให้บริการประชาชน ให้ตอบโจทย์หมุดหมายหลักทั้ง 13 หมุดหมายภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ในด้านต่างๆ อาทิ การเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริม SMEs และธุรกิจ Startup การท่องเที่ยว รวมทั้งการพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรดิจิทัลในด้านการให้บริการและการบริหารจัดการ เป็นต้น นอกจากนี้ คนร. ยังได้กำหนดนโยบายให้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ในการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG) และแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) รวมทั้งให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจตามแผนดังกล่าวด้วย ซึ่งรัฐวิสาหกิจจะนำแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจฯ ไปเป็นหลักในการจัดทำแผนวิสาหกิจของหน่วยงานให้สอดคล้องและจะมีการติดตามอย่างต่อเนื่องต่อไป

2. รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาองค์กรของรัฐวิสาหกิจทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่ง คนร. ได้กำชับให้รัฐวิสาหกิจเร่งดำเนินการตามแผนให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมและให้กระทรวงเจ้าสังกัดกำกับดูแลและรายงานความคืบหน้าต่อ คนร. อย่างต่อเนื่อง3. รับทราบผลการดำเนินการของบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ ณ สิ้นปี 2564 และได้กำชับให้รัฐวิสาหกิจกำกับดูแลการดำเนินการของบริษัทในเครือให้สอดคล้องกับภารกิจของรัฐวิสาหกิจ และในกรณีที่มีผลประกอบการขาดทุน ให้จัดทำแผนแก้ไขปัญหาเพื่อเสนอกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาและรายงาน คนร. ต่อไป