เงินเฟ้อไทยหยุดไม่อยู่

วันที่ 20 มี.ค. 2565 เวลา 19:41 น.
เงินเฟ้อไทยหยุดไม่อยู่
นักวิชาการทีดีอาร์ไอ ชี้ภาวะเงินเฟ้อไทยน่ากลัวที่สุด ฉุดเศรษฐกิจโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และธปท. เลี่ยงขึ้นดอกเบี้ยสกัดไม่ได้

ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สงครามรัสเซียยูเครน ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คิดไว้ เพราะก่อนหน้านี้ผลกระทบจากโควิดก็ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้าอยู่แล้ว

ก่อนหน้ามีสงคราม คาดว่าการท่องเที่ยวไทยปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 6-7 ล้านคน จากการเปิดประเทศ ถึงแม้ว่าไม่มากจากก่อนโควิดที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทย 40 ล้านคน แต่ก็ถือว่าขยายตัวได้ถึง 10 เท่าจากปีก่อนหน้า ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 3.4% แต่เมื่อมีสงคราม ทุกอย่างเปลี่ยน ท่องเที่ยวอาจไม่ถึง 3 ล้านคน เศรษฐกิจก็โตไม่ถึงตามที่ธปท. คาดไว้

ดร.สมชัย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงรุนแรง จากเดิมที่คิดว่าเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ตอนนี้คาดว่าจะไม่ใช่เป็นภาวะชั่วคราวแล้ว ราคาจะน้ำมันดิบของโลกน่าจะอยู่ที่กว่า 100 เหรียญต่อบาเรล

ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว 0.25% และคาดว่าจะขึ้นทุกครั้งที่มีการประชุม แม้มีสงคราม การที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง ทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอย กระทบเศรษฐกิจไทย

ดร.สมชัย กล่าวว่า เงินเฟ้อไทยน่ากังวัล ที่่คิดว่าชั่วคราว แต่ไตรมาส 1 แต่ตอนนี้ไม่ชั่วคราวแล้ว ราคาน้ำมันเกิน 100 เหรียญ ทำให้ต้นทุนสินค้าแพง เงินเฟ้อ ที่จากเดิมเกิดเฉพาะจุด จากหมูแพง ผักแพง แต่ต่อไปจะเกิดคาดการณ์เงินเฟ้อสูงของคนทั้งประเทศ มีการตุนสินค้า มีการขอขึ้นค่าแรงก่อนหน้านี้ 492 บาท ซึ่งผมว่าสูงเกินจริงไปมาก แต่เมื่อมีแรงกดดันเงินเฟ้อมากขึ้น เรื่องการขึ้นค่าแรงก็ต้องกลับมาเป็นประเด็นแม้ว่าจะไม่เพิ่มเท่าที่เรียกร้อง

"ประเทศไทยจพเกิดปรากฎการณ์น่าห่วง จากการเงินเฟ้อสูงเฉพาะจุด แต่ทำให้คนคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นเป็นวงกว้าง ทำให้ของแพง การการขอขึ้นค่าแรง คนขายของที่ไม่กล้าขึ้นก็จะขึ้น ปรากฎหารณ์นี้เป็นเรื่องน่ากลัวที่สุด และ ธปท. อาจไม่มีทางเลือกต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย" ดร.สมชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ดร.สมชัย ชี้ว่า ปัจจุบันเพดานหนี้สาธารณะประเทศไทยอยู่ที่ 70% หรือคิดเป็น 10% ของGDP ประเทศ ดังนั้นมีโอกาสเพิ่มหนี้ได้อีก 10% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท แต่ขึ้นอยู่ว่าจะนำเงินไปใช้อะไร แต่ถ้าไม่ใช่ สถานการณ์อาจจะแย่ลง เพราะเศรษฐกิจจะโตช้ามาก ถ้าไม่ช่วยตอนนี้ จะทำให้อีก 5 ปีจากนี้ เศรษฐกิจก็จะเดินต่อไม่ได้

"แม้หนี้อาจจะสูงแต่เศรษฐกิจก็เดินต่อได้ และอีกสิ่งที่จำเป็นในอนาคต ที่รัฐบาลต้องทำ คือ การสร้างเศรษฐกิจไทยให้ดีด้วย ไม่ได้ซ่อม หรือ แค่บรรเทาผลกระทบอย่างเดียว" ดร.สมชัย กล่าว

ส่วนทิศทางปีนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือไม่ ก็มีความเป็นไป ยังมีโอกาสเติบโต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาดโควิด-19 หากอัตราการตายมีสัดส่วนที่น้อย และเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้แก่ประชาชนผู้สูงอายุ อาจจะทำให้รัฐไม่ต้องปิดเมือง สถานการณ์เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น "สิ่งที่รัฐต้องทำ ไม่ใช่แค่เยียวยาต่อลมหายใจอย่างเดียว แต่ต้องเติมสภาพคล่องที่นำไปสู่การปรับตัว ปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ ทำให้กระบวนการปรับเปลี่ยนมีต้นทุนน้อยที่สุดและเร็วที่สุด หนึ่งในนั้นคือ การให้สินเชื่อเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ รัฐบาลต้องทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์และภาคการเงินดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งมีหลายเรื่องที่ภาครัฐสามารถทำได้ รวมถึงการอัพสกิล รีสกิล เพื่อเกิดแรงทางใหม่ รองรับการเติบโตเศรษฐกิจไทยในรูปแบบใหม่" ดร.สมชัย กล่าว