Test & Go มาตรการเปิดประเทศหลอน "ศก.บิ๊กตู่"

วันที่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 19:09 น.
Test & Go มาตรการเปิดประเทศหลอน "ศก.บิ๊กตู่"
มาตรการ Test & Go ถือเป็นกุญแจดอกสำคัญในการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ที่ผ่านมาตรการนี้กลับทำเศรษฐกิจบิ๊กตู่กลับมาทรุดอีกครั้ง

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ รัฐบาลบิ๊กตู่ รู้กันเต็มอกทั้งรัฐบาลหากจะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง หนีไม่พ้นต้องเปิดประเทศให้ได้กลับมาปกติให้เร็วที่สุด

เหตุที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยไม่สมดุล พึ่งเศรษฐกิจภายนอก คือ การส่งออก กับ ภาคการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ มากกว่าการพึ่งเศรษฐกิจภายในประเทศ

เมื่อมีการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 ทำให้รัฐบาลต้องปิดประเทศ ล็อดดาวน์กิจกรรมการภายในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยล้มทั้งยืน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวต่างประเทศ บอกได้ชัดเจนอยู่แล้ว ก่อนมีโควิดรัฐบาลไทยชื่นมื่นกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศปีละ 40 ล้านคน มีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจปีละ 2 ล้านล้านบาท

แต่เมื่อมีโควิด ทั้งนักท่องเที่ยว และรายได้ดังกล่าว ต้องถือว่าเป็นศูนย์ ถึงแม้ไม่เป็นศูนย์อย่างสิ้นเชิง แต่ตัวเลขที่เป็นอยู่ก็ต่างราวฟ้ากับก้นเหวลึก โดยในปี 2564 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยหลักแสนคน เกิดเงินหมุนเวียนในระบบหลักหมื่นล้านบาทเท่านั้น ทั้งที่รัฐบาลบิ๊กตู่ทำการเปิดประเทศภายใน 120 วัน อย่างที่ลั่นวาจาออกทีวีให้เห็นกันทั่วไทย

ปี 2564 รัฐบาลมีความพยายามเปิดประเทศอย่างมาก เริ่มตั้งแต่มาตรการ sandbox จังหวัดภูเก็ต และขยายไปอีกหลายจังหวัดในเวลาต่อมา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเที่ยวได้แต่ในจังหวัดหรือพื้นที่ ที่ถูกกำหนดให้เป็น sandbox เท่านั้น

ดังนั้น รัฐบาลบิ๊กตู่จึงตัดสินใจเปิดประเทศครั้งสำคัญผ่านมาตรการ Test & Go ซึ่งดีเดย์เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา โดยมาตรการนี้แค่นอนรอผลตรวจโควิดแบบ RT-PCR แค่คืนเดียวเท่านั้น หากผลไม่ติดเชื้อโควิดก็สามารถเที่ยวไทยได้ทั่วไทย ทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ ที่นักท่องเที่ยวนั้นๆ อยากจะไป

อย่างไรก็ตาม ต้องถือว่ารัฐบาลบิ๊กตู่โชคร้าย เมื่อคลอดมาตรการ Test & Go ก็เกิดการแพร่ระบาดโควิดโอมิครอน ซึ่งคนที่นำเชื้อโอมิครอนเข้ามาแพร่ในประเทศไทยทุกวันนี้ ก็ผ่านเข้ามาในมาตรการ Test & Go ส่งผลให้มาตรการ Test & Go ที่น่าจะเป็นอัศวินม้าขาวมาช่วยชุบชีวิตการท่องเที่ยวไทย เลยกลายเป็นมาตรการปราสาททรายในทันที

เดิมก่อนสิ้นปี รัฐบาลบิ๊กตู่จะมีการผ่อนคลายมาตรการ Test & Go จากที่เข้ามาต้อง แบบ RT-PCR เสียเวลารอผลหนึ่งคืน ให้เป็นการตรวจเชื้อแบบ ATK รอผลไม่ถึงชั่วโมงไม่ติดเชื้อก็เที่ยวทั่วไทยได้เลย โดยมาตรการนี้จะมีผลวันที่ 16 ธ.ค. 2564

แต่เมื่อการระบาดโควิดโอมิครอนในช่วงปลายปีที่ผ่านทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณจากไม่กี่คนไม่กี่จังหวัด ในเวลาไม่กี่สัปดาห์พุ่งเป็นหลักหลายร้อย กระจายไปในทุกจังหวัด

ทำให้รัฐบาลไม่มีทางเลือกต้องกลับมาปิดประเทศอีกครั้ง โดยให้ยกเลิกมาตรการเข้าประเทศแบบ Test & Go และให้เหลือการเข้าประเทศแบบระบบ sandbox และแบบกักตัวปกติเท่านั้น

เดิมรัฐบาลบิ๊กตู่ขอเวลาจนถึงวันที่ 4 ม.ค. 2565 หรือ หลังปีใหม่ จะมีการทบทวนการเปิดประเทศด้วยมาตรการแบบ Test & Go อีกครั้ง แต่สุดท้ายการระบาดที่ทำให้มีคนติดเชื้อเพิ่มสูงมากขึ้น ทำให้รัฐบาลขยายเวลาการยกเลิกมาตรการ Test & Go ออกไปอีก

อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้ รัฐบาลเริ่มเจอแรงกดดันจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกครั้ง ตั้งแต่ วิลเลี่ยม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ส่งจดหมายถึงบิ๊กตู้ ขอให้รีบกลับมาเปิดประเทศผ่านมาตรการ Test & Go ให้เร็วที่สุด รวมถึงยกเลิกล็อกดาวน์จำกัดเวลากินเหล้าอีกด้วย

นอกจากนี้ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า รัฐบาลบิ๊กตู่ยกเลิกมาตรการ Test & Go ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2564 โดยปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิดโอมิครอนดีขึ้น รัฐบาลจึงควรกลับมาใช้มาตรการ Test & Go ได้แล้ว เพราะหลังจากยกเลิกมาตรการนี้ไปผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างมาก

โดยล่าสุด ศบค. ชุดเล็ก ก็ส่งสัญญาณทำท่าจะเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ ที่นายกรัฐมนตรีบิ๊กตู่เป็นประธานปลายสัปดาห์ เสนอให้มีการผ่อนคลายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ส่วนจะให้กลับมาใช้มาตรการเปิดประเทศแบบ Test & Go เป็นเรื่องที่รัฐบาลบิ๊กตู่ต้องคิดหนักหัวระเบิด เพราะที่ผ่านมาการตัดสินใจเปิดประเทศของรัฐบาลบิ๊กตู่ เหมือนเดินอยู่บนทางสามแพร่ง ที่การเลือกที่ผ่านมาต้องบอกว่าเลือกแพร่งที่อาถรรพ์ ต้องปิดๆ เปิดๆ แทนที่จะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจ แต่สุดท้ายเป็นผลร้ายมากกว่า

วันนี้ต้องถือว่า รัฐบาลบิ๊กตู่กดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดรายวันได้อยู่ 7-8 พันคนต่อวัน ซึ่งถือว่าไม่น้อย และตอนนี้ก็พบการระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหม่ๆ ใหญ่ๆ หลายจุดในประเทศ

นอกจากนี้ ระบบมาตรการ Test & Go ที่รัฐบาลบิ๊กตู่ว่าออกแบบมาดีตามได้ทุกที่ แต่ก็จะเห็นว่ามีคนติดเชื้อโควิดจากมาตรการ Test & Go หลายคนที่หนีไปเที่ยวกว่าจะตามตัวเจอก็ไปเที่ยวนับที่ไม่ถ้วน

หรือแม้แต่การคลายล็อกภายในประเทศ ก็พบว่าหลายกิจกรรมการ์ดตก หลายกิจกรรมถอดการ์ดทิ้ง ลักลอบทำผิดกฎหมายเป็นต้นตอของการระบาดโควิดคลัสเตอร์ใหม่

ศบค. เองก็ประเมินว่า การจะประเมินการระบาดของโควิดโอมิครอนรอบใหม่ หลังจากปล่อยไปเคาท์ดาวน์กินเหล้าข้ามปีมาแล้ว การติดเชื้อจะขึ้นจุดสูงสุดในดือน ก.พ. ซึ่งมีการคาดการณ์กันตั้งแต่หลัง 1 หมื่นคนต้นๆ ไปจนถึง 3 หมื่นคนต้นๆ ต่อวัน

ตอนนี้ยังไม่สิ้นเดือน ม.ค. การแพร่ระบาดโอมิครอนในประเทศยังเอาไม่อยู่ รัฐบาลบิ๊กตู่ก็เกิดอาการใจร้อนหรือร้อนใจเพราะใครเพราะอะไรไม่รู้ อยากจะรีบกลับมาประเทศผ่านมาตรการ Test & Go อีกครั้ง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการที่รัฐบาลบิ๊กตู่กำลังพาเศรษฐกิจของประเทศไปยืนบนทางสามแพร่งที่เห็นแต่อาถรรพ์ร้ายทั้งนั้นอีกครั้ง ทำให้ประชาชนจำนวนมากอยู่ในการหลอนเศรษฐกิจบิ๊กตู่จะแย่เอาไม่อยู่ ทำชีวิตคนไทยลำบากอีกปี หลังจากต้องทนมาแล้วกว่า 2 ปี