posttoday
หวั่นเศรษฐกิจจีนซ้ำรอยวิกฤติต้มยำกุ้งไทย

หวั่นเศรษฐกิจจีนซ้ำรอยวิกฤติต้มยำกุ้งไทย

24 กันยายน 2564

หวั่นเศรษฐกิจจีนซ้ำรอยวิกฤติต้มยำกุ้งไทย คาดผลกระทบต่อการลงทุนและตลาดการเงินไทยมีจำกัด

ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต กล่าวถึง กรณีการผิดนัดชำระหนี้ครั้งใหญ่ของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ (Evergrande) ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของจีนว่า เป็นสัญญาณสำคัญเตือนว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเดินหน้าซ้ำรอยวิกฤติต้มยำกุ้งในไทยเมื่อปี พ.ศ. 2540-2542 หรือไม่

ทั้งนี้ ค่อนข้างชัดเจนว่า ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์รายนี้ คงไม่สามารถชำระดอกเบี้ยจากหนี้จำนวนมหาศาลให้กับนักลงทุนในจีนและนักลงทุนทั่วโลกได้ในวันที่ 23 กันยายนจำนวน 83.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินต่างประเทศ และ คงไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยอีก 47.5 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 29 กันยายนนี้ หนี้ที่ต้องชำระเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหนี้สินทั้งหมดของเครือข่ายบริษัทเอเวอร์แกรนด์ที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า 305,000 ล้านดอลลาร์ คำนวณได้ 2% ของจีดีพีของประเทศจีน หากเทียบกับหนี้สินรวมของเครือข่ายบริษัทนี้มีขนาดใหญ่เกือบ 2 ใน 3 ของรายได้ประชาชาติของไทย

เศรษฐกิจการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศจีนจะชะลอตัวลงจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ทางการจีนได้ปล่อยเงินเข้ามาในระบบเพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามสู่วิกฤติระบบการเงิน โดยอัดฉีดเม็ดเงินเข้ามาในระบบสูงถึง 4.5 แสนล้านบาท หรือ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (9 หมื่นกว่าล้านหยวน) ราคาหุ้นของเอเวอร์แกรนด์ปรับฐานลงมานับจากต้นปีลงมาแล้วกว่า 80% และราคาพันธบัตรของบริษัทก็กลายเป็น พันธบัตรขยะ หรือ Junk Bond ไปแล้ว มีมูลค่าลดลงต่ำสุดเหลือ 40 เซนต์ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ตลาดการเงิน มองว่า บริษัทนี้ไม่สามารถชำระหนี้ที่มีอยู่อย่างมหาศาลได้อย่างแน่นอน

การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบการเงินของทางการจีนเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขไม่ให้ปัญหาของเอเวอร์แกรนด์ลุกลามสู่ความเสี่ยงเชิงระบบต่อภาคการเงิน (Financial Systematic Risks) น่าจะช่วยประคับประคองตลาดการเงินโดยเฉพาะตลาดตราสารหนี้ไม่ให้ตื่นตระหนกได้บ้าง แต่ผลกระทบได้เกิดขึ้นในตลาดพันธบัตรเอเชียแล้ว มีเงินไหลออกจากตลาดพันธบัตรเอเชียรวมทั้งไทยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หนี้สินทั้งหมดของบริษัทเอเวอร์แกรนด์นั้นเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินทั้งที่เป็นธนาคารและไม่ใช่ธนาคารทั้งในจีนและทั่วโลกโดยเฉพาะในเอเชียประมาณ 249 แห่ง และ แต่ละแห่งก็คงเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้อย่างแน่นอน

การบริหารจัดการเพื่อเข้าสู่กระบวนการล้มละลายและฟื้นฟูกิจการน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่ไม่ก่อให้เกิดจริยวิบัติ (Moral Hazard) ขึ้นมาในระบบเศรษฐกิจและตลาดการเงิน และไม่ขัดแย้งกับแนวทางการสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ อีกด้านหนึ่งเป็นการลดความตื่นตระหนกของตลาดการเงิน ผลกระทบต่อสถาบันการเงินและประชาชน

หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากทางการจีนด้วยมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว การล้มละลายของ Evergrande จะส่งผลต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินจีนไม่น้อย สถาบันการเงินและเจ้าหนี้จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แม้นว่า สถาบันขนาดใหญ่ในจีนหลายแห่งจะมีการกันสำรองหนี้เสียและลดการปล่อยกู้ให้กับบริษัทเอเวอร์แกรนด์ตั้งแต่ปีที่แล้วก็ตาม แต่ความเสียหายอาจมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และ กรณีของเอเวอร์แกรนด์อาจเป็นเพียงส่วนเดียวของฟองสบู่และการเก็งกำไรในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ พฤติกรรมการลงทุนเกินตัวและก่อหนี้เกินตัวของธุรกิจใหญ่ของจีน ซึ่งกำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่แตกซ้ำรอยวิกฤตการณ์เศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปี พ.ศ. 2540 ปัญหาผลกระทบจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ Covid-19 ทำให้ปัญหาวิกฤติที่ซ่อนอยู่ในระบบเศรษฐกิจจีนเผยโฉมออกมาเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่จีนมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจแข็งแกร่ง มีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงมาก มีหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่ต่ำ รวมทั้ง การวางแผนเศรษฐกิจากส่วนกลางที่มีคุณภาพพร้อมกับการปรับแต่งระบบเศรษฐกิจแบบตลาดให้มีความเป็นธรรม สิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้ “วิกฤตการณ์หนี้สินในจีนครั้งนี้” ไม่ลุกลามและรุนแรงเท่าวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง

ดร. อนุสรณ์ กล่าวว่าปัญหาหนี้สินของบริษัทเอเวอร์แกรนด์รวมทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ กำลังจะติดตามมาจะไม่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจในเอเชียก็ตาม แต่คาดว่าจะส่งผลต่อความผันผวนต่อตลาดการเงินในระยะนี้ และน่าจะทำให้เงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ของเอเชียต่อเนื่อง กดดันให้เงินสกุลเอเชียรวมทั้งเงินบาทอ่อนค่าลง โดยทิศทางค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์ได้ในช่วงไตรมาสสี่ปีนี้ เมื่อเสริมเข้ากับดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีแนวโน้มอาจติดลบในปีนี้โดยในไตรมาสแรกปี 2564 ดุลบัญชีเงินสะพัดขาดดุลแล้ว 2.6 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าในไตรมาสสองและสามจะยังคงขาดดุลต่อเนื่อง ดุลการค้าเกินดุลลดลง คาดว่าปีนี้ดุลบัญชีเงินทุนมีเงินไหลออกสุทธิไม่ต่ำกว่า 3-4 พันล้านดอลลาร์ โดยมีทั้งการไหลออกของเงินลงทุนโดยตรงและการลงทุนในหลักทรัพย์ในตลาดการเงิน ปีที่แล้วเงินทุนไหลออกสุทธิประมาณ -3.59 พันล้านดอลลาร์ อัตราการค้าปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากราคานำเข้าสินค้าเพิ่มสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาส่งออก และตอนนี้ต้องไปสำรวจว่า มีกองทุนและสถาบันการเงินของไทยไปลงทุนหรือปล่อยกู้ให้กับบริษัทเอเวอร์แกรนด์หรือบริษัทอื่นๆที่มีความเสี่ยงในการผิดนำระหนี้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อการลงทุนและตลาดการเงินไทยอยู่ในวงจำกัด คงสร้าง Sentiment ที่เป็นลบต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และตลาดการเงินะระยะหนึ่งเท่านั้น ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงินไม่ได้กระทบอะไรมากนัก และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยส่วนใหญ่ก็ชะลอการลงทุนหลังปัญหา Covid-19 และ มาตรการ LTV ของแบงก์ชาติในช่วงสองปีที่ผ่านมาอยู่แล้ว การเก็งกำไรและเศรษฐกิจฟองสบู่ได้ถูกกำกับดูแลไประดับหนึ่งแล้ว ส่วนที่จะมีปัญหาน่าจะเป็น กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางหรือขนาดเล็กโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว นอกจากนี้โครงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายที่หวังกำลังซื้อจากจีนนั้นคงหวังมากไม่ได้ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้

ดร. อนุสรณ์ กล่าวว่า ในการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินช่วงปลายเดือนนี้จึงขอเสนอให้ “คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน” ของธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาอย่างจริงจังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เหลือ 0% หรืออย่างน้อยต้องลดลงให้เหลือ 0.10% เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจและตลาดการเงิน

"มีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆที่จะมีการปรับฐานครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นเอเชียบางตลาดจากการลดลงของสภาพคล่องในระบบ ราคาหุ้นที่แพงเกินไปกว่าปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการและโครงสร้างทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนที่มีหนี้สินต่อทุนในสัดส่วนที่สูงเป็นประวัติการณ์ โดยสัดส่วนหนี้สินต่อทุนน่าจะทะลุ 3 เท่าและหนี้สินรวมทะลุ 30 ล้านล้านบาท มากกว่าสองเท่าของจีดีพีประเทศขณะที่ผลกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนลดลงจากระดับ 9.2 แสนล้านบาทในปี พ.ศ. 2561 มาอยู่ที่ 4.1 แสนล้านบาทเท่านั้นในปีนี้ มีความเป็นไปได้ที่ บริษัทจดทะเบียนจำนวนหนึ่งต้องมีการเพิ่มทุน รีไฟแนนซ์ และ ตัดขายทรัพย์สินบางส่วนออก เพื่อดำรงสภาพคล่องและสามารถชำระหนี้ได้" ดร. อนุสรณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ครั้งแรกของไทย! CLICX เข้ารับใบอนุญาต Virtual Bank จาก ธปท. อย่างเป็นทางการ ปักหมุดดีเดย์เปิดบริการ มิ.ย. 2569 นี้

ครั้งแรกของไทย! CLICX เข้ารับใบอนุญาต Virtual Bank จาก ธปท. อย่างเป็นทางการ ปักหมุดดีเดย์เปิดบริการ มิ.ย. 2569 นี้