บิ๊กตู่นั่งหัวโต๊ะเคาะขยายเพดานก่อหนี้เป็น70%ต่อจีดีพี

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 09:23 น.
บิ๊กตู่นั่งหัวโต๊ะเคาะขยายเพดานก่อหนี้เป็น70%ต่อจีดีพี
บิ๊กตู่นั่งหัวโต๊ะเคาะขยายเพดานก่อหนี้เป็น70%ต่อจีดีพี วันนี้ เปิดช่องกู้เงินสู้โควิดเพิ่ม

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า วันนี้ (20 ก.ย.) ช่วงบ่าย พล. อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาขยายเพดานก่อหนี้สาธารณะ จากไม่เกิน 60 % ต่อจีดีพี เป็น ไม่เกิน 70 % ต่อจีดีพี เพื่อรองรับการกู้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19

คณะกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เป็นรองประธาน และเป็นผู้เสนอวาระดังกล่าว โดยมีคณะกรรมการอื่นพิจารณาประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

ล่าสุด กระทรวงการคลัง รายงานหนี้สาธารณะของประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2564 มียอดหนี้จำนวน 8,909,063 ล้านบาท หรือ 55.59% ของจีดีพี ใกล้ระดับเพดานความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 60% อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหนี้สาธารณะไทยเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านบาท โดยยอดหนี้สาธารณะเดือนมิ.ย. 2564 อยู่ที่ 8,825,097 ล้านบาท หรือ 55.20% ของจีดีพี เป็นการเพิ่มทั้งจำนวนหนี้และสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา

สำหรับหนี้สาธารณะเดือน ก.ค. 2564 ที่เพิ่มสูงขึ้น มาจากการกู้โดยตรงของรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการกู้เพื่อการชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 2564 ที่มีกรอบการกู้อยู่ที่ 608,962 ล้านบาท และการกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงินโควิดที่มีการกู้ไปแล้ว 817,726 ล้านบาท จากวงเงินกู้ทั้งหมด 1 ล้านล้านบาท และต้องกู้ภายในสิ้นปีงบประมาณนี้ ซึ่งทำให้เสี่ยงเพดานหนี้สาธารณะจะเกินกรอบที่กำหนดไว้ 60%

อย่างไรก็ดี คาดว่า คณะกรรมการวินัยการเงินการคลังภาครัฐ ที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน จะหารือการขยายกรอบเพดานหนี้ให้มากกว่า 60% เพื่อรองการกู้เงินจาก พ.ร.ก.โควิด 1 ล้านล้านบาทในส่วนที่เหลือทั้งหมด รวมถึงการกู้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินโควิด 5 แสนล้านบาท ซึ่งล่าสุดคณะรัฐฒนตรี (ครม.) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน เห็นขอบการปรับแผนการบริหารหนี้สาธารณะครั้งที่ 3 โดยให้มีการกู้เงินจาก พ.ร.ก. 5 แสนล้านบาท ภายในปีงบประมาณ 2564 จำนวน 1.5 แสนล้านบาท จากเดิม 1 แสนล้านบาท