สั่งแบงก์รัฐอุ้มหนี้ต่อ1.9ล้านล้านบาท

วันที่ 20 ต.ค. 2563 เวลา 15:47 น.
สั่งแบงก์รัฐอุ้มหนี้ต่อ1.9ล้านล้านบาท
รมว.คลัง ถกแบงก์รัฐอุ้มหนี้ต่อ 4 ล้านราย มูลหนี้ 1.9 ล้านล้านบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ได้รายงานให้ ครม. รับทราบเรื่องปัญหาการช่วยเหลือสภาพคล่องผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่ขยายมาตรการพักชำระหนี้ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 22 ต.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม ธปท. ไม่ได้นิ่งเฉย ได้มีการประสานงานกับธนาคารพาณิชย์ในการจัดกลุ่มลูกหนี้เป็นกลุ่มๆ เพราะเข้าไปการช่วยเหลือให้ตรงกับปัญหา ประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 กลุ่มลูกหนี้ที่กลับมาดำเนินการปกติ มี 60%

กลุ่มที่ 2 กลุ่มลูกหนี้ที่กลับมาดำเนินธุรกิจต่อแต่ยังไม่ฟื้นตัวดีมีอยู่ 34%

กลุ่มที่ 3 กลุ่มลูกหนี้ที่ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ เป็นกลุ่มที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือ

กลุ่มที่ 4 กลุ่มลูกหนี้ที่ขาดการติดต่อกับสถาบันการเงินมี ซึ่ง ธปท. ได้ให้สถาบันการเงินเร่งประสานงานติดต่อกับลูกหนี้กลุ่มนี้

นายอาคม กล่าวว่า ในส่วนของสถาบันการเงินรัฐ ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ซึ่งมีการดำเนินการช่วยลูกหนี้ตามมาตรการของ ธปท. และช่วยเหลือเป็นการเฉพาะของแต่ละธนาคาร มีลูกหนี้ที่ดูแล 4 ล้านราย มูลหนี้ 1.9 ล้านล้านบาท คืดเป็นประมาณ 30% จากลูกหนี้ทั้งหมดของระบบสถาบันการเงิน ซึ่งจะหารือกับสถาบันการเงินของรัฐเพื่อสรุปแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้ต่อไป

นายอาคม กล่าวว่า นายสุพัฒนพงษ์ ยังได้รายงาน ครม.ทราบถึงการประมาณการเศรษฐกิจไทย ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2563 จากขยายตัวติดลบ 7.7% เป็นขยายตัวติดลบ 7.1% ปรับให้ดีขึ้นแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มปรับตัวเศรษฐกิจไทยที่ได้ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 มีทิศทางที่ดีขึ้น จากมาตรการของรัฐบาลที่ออกมาต่อเนื่องจากหลังจากมีการคลายล็อกดาวน์ รวมทั้งมาตรการที่รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือสภาพคล่องผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย