หุ้นไทยจับตาการเมืองและมาตรการกระตุ้นศก.

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 14:21 น.
หุ้นไทยจับตาการเมืองและมาตรการกระตุ้นศก.
ค่าเงินบาทแข็งค่า ขณะที่หุ้นไทยปรับขึ้น แม้เผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ที่31.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยการแข็งค่าของเงินบาทสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงเทขาย หลังรายงานข่าวระบุว่า ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ สามารถออกจากโรงพยาบาล กลับมากักตัวต่อที่ทำเนียบขาว ประกอบกับตลาดเริ่มมีความหวังอีกครั้งในเรื่องมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากโควิด-19 หลังปธน. ทรัมป์ เปิดโอกาสสำหรับการผ่านบางมาตรการออกมาก่อนเลือกตั้ง นอกจากนี้ภาพรวมสกุลเงินเอเชียยังได้อานิสงส์เพิ่มเติมในช่วงปลายสัปดาห์ตามสัญญาณการแข็งค่าของเงินหยวนหลังตลาดการเงินจีนกลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังจากช่วงวันหยุดยาว ในวันศุกร์ (9 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.05 เทียบกับระดับ 31.60 บาทต่อ ดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (2 ต.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (12-16 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.90-31.40 บาทต่อดอลลาร์ ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัจจัยการเมืองในประเทศ การเจรจา BREXIT กำหนดการดีเบตรอบสองของนายโดนัลด์ทรัมป์ และนายโจ ไบเดน และบทสรุปของมาตรารเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ด้านสรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,267.14 จุด เพิ่มขึ้น 2.39% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่51,126.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.32% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี หุ้นไทยปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ขานรับข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับอาการป่วยของปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ความหวังต่อมาตการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐฯรวมถึงที่ประชุม ศบศ. มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงปลายปี ส่วนหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากสุดระหว่างสัปดาห์ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณระมัดระวังระหว่างรอประเมินสถานการณ์การเมืองในประเทศ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสัปดำห์นี้ (12-16 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,250 และ 1,230 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่1,280 และ 1,300 จุด ตำมลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นการเมืองและการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย ความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิจารณามาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19