หนุนอดีตปลัดคลัง "สมชัย" นั่ง รมว.คลัง

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 11:16 น.
หนุนอดีตปลัดคลัง "สมชัย" นั่ง รมว.คลัง
เอกชนหนุนอดีตปลัดคลัง "สมชัย" นั่ง รมว.คลัง มั่นใจมีความรู้ กังวลม็อบ 19 ก.ย. กระทบเศรษฐกิจ

นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งแต่งตั้ง รมว.คลัง คนใหม่ แทนนายปรีดี ดาวฉาย ที่ลาออกไป เพื่อขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจที่สำคัญ ให้เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวดเร็ว

“ถ้าไม่มี รมว.คลัง ก็จะเหนื่อย ดังนั้นต้องรีบมี รมว.คลัง และทำอย่างไรก็ได้ให้คนมีเงินออกมาใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายภูมินทร์ กล่าว

ส่วนที่มีการปรากฏรายชื่อของบุคคลที่มีโอกาสเข้ามาดำรงตำแหน่งรมว.คลัง เช่น นายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง, นายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

ส่วนตัวไม่ได้ติดขัดแต่อย่างใด ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ เพียงแต่ต้องการบุคคลที่มีความรู้ความสามารถโดยเฉพาะเข้ามารับตำแหน่ง เนื่องจากการทำงานด้านการคลังเป็นเรื่องที่ยาก และต้องมีการประสานงานจากต่างประเทศด้วย

"บางคนที่อยากเข้ามาเป็นรมว.คลัง แต่ไม่รู้เรื่องการกู้เงินเลย ก็เป็นเรื่องยากที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ได้" นายภูมินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้สนับสนุนให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เช่น มาตรการ Cash Card หรือ การซื้อคูปองท่องเที่ยว ร้านอาหาร ชอปปิ้ง เพื่อให้เกิดการบริโภคภายในประเทศ

ส่วนในวันที่ 19 ก.ย. 2563 ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มนักศึกษา ส่วนตัวยังมีความกังวลต่อกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องของการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ หากการชุมนุมยืดเยื้ออาจจะส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และอาจจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน หรือ เลิกจ้างในอนาคต ซึ่งประเมินว่าจะมีมากถึง 4-5 ล้านคน ซึ่งรวมคนที่ไม่ตกงานแต่ไม่มีงานทำ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย. 2563 ภาคสังคม ธุรกิจ รวมถึงต่างชาติ ให้ความสนใจอย่างมาก เพราะน่าจะเป็นการชุมนุมใหญ่ ซึ่งส่วนตัวมีความกังวลว่าอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นการขยายวงกว้าง และการชุมนุมที่ยืดเยื้อ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นเพียงแฟลตม็อบที่จบภายในวันเดียวเท่านั้น

ประเมินว่าหากการชุมนุมยืดเยื้อ จะเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งทำให้ชะลอการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน กระทบต่อเศรษฐกิจที่อาจจะฟื้นตัวช้าจากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาสที่ 1/2564 ไปเป็นไตรมาสที่ 2/2564 รวมถึงจะกระทบต่อการลงทุนในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ตามส่วนตัวประเมินว่ายังไม่เห็นสัญญาณของการยืดเยื้อ ดังนั้นจะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเพียงระยะสั้น หรือมีผลกระทบต่อระบบเศรฐกิจในระดับน้อยถึงปานกลางเท่านั้น

บทความแนะนำ