กรุงศรีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก1.35หมื่นล้านบาท

วันที่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 19:11 น.
กรุงศรีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก1.35หมื่นล้านบาท
กรุงศรีกำไรสุทธิครึ่งปี 1.35 หมื่นล้านบาทลดลง 31.4%

กรุงศรี หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2563 มีกำไรสุทธิ 1.35 หมื่นล้านบาท เงินให้สินเชื่อ เพิ่มขึ้น 2.0% หรือจำนวน 3.69 หมื่นล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากมาตรการสนับสนุนเพื่อตอบสนองความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ โดยเฉพาะการเสริมสภาพคล่องภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่กลุ่มลูกค้า SME ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 สินเชื่อลูกค้าธุรกิจและสินเชื่อลูกค้า SME เพิ่มขึ้น 4.3% และ 3.3% ตามลำดับ ขณะที่สินเชื่อลูกค้ารายย่อยปรับลดลง 0.1%

ด้านเงินรับฝากเพิ่มขึ้น 8.4% หรือจำนวน 1.31 แสนล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 สอดคล้องกับอุตสาหกรรมธนาคารทั้งระบบ

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): อยู่ที่ 3.74% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 เทียบกับ 3.69% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 เนื่องจากต้นทุนทางการเงินปรับลดลง

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ลดลง 40.3% หรือจำนวน 1.07 หมื่นล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปี 2562 เนื่องจากไม่มีการบันทึกกำไรจากการลงทุนเหมือนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 และการปรับลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ซึ่งเป็นผลจากกิจกรรมทางธุรกิจของลูกค้ารายย่อยที่ซบเซาตามสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว หากไม่รวมรายการพิเศษที่บันทึกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 11.7% หรือจำนวน 2.1 พันล้านบาท

อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ระดับ 41.4% เทียบกับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานตามปกติในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 45.4% สะท้อนการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเชิงรุกเพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยแวดล้อมในการดำเนินงานที่ไม่เอื้ออำนวยในปัจจุบัน

ด้านอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ระดับ 2.20% เทียบกับ 1.98% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อยู่ที่ระดับ 156.2% เทียบกับ 163.8% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 และ อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง อยู่ที่ 16.61% นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การชะลอตัวอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งมาตรการล็อคดาวน์ในประเทศจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ เป็นที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับภาวะถดถอยมากที่สุดในปี 2563”

“ในฐานะธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบ กรุงศรีได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินแก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อยที่ประสบปัญหาการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เงินให้สินเชื่อภายใต้มาตรการช่วยเหลือลูกค้าของกรุงศรีอยู่ที่ประมาณ 29% ของเงินให้สินเชื่อรวม ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้ารายย่อย 1,792,820 ราย และลูกค้าธุรกิจ 36,490 ราย ทั้งนี้ ธุรกิจ SME ได้รับผลกระทบมากที่สุดในกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ซึ่งนอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลือตามมาตรการข้างต้นแล้ว ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้า SME กว่า 5,700 รายด้วยวงเงินสินเชื่อเพิ่มจำนวน 18,312 ล้านบาท เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารออมสิน”

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 2563 นายอาคิตะกล่าวว่า “แม้ว่ารัฐบาลไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้เปิดระบบเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยความระมัดระวัง แต่ความเปราะบางและความไม่แน่นอนยังคงเป็นปัจจัยท้าทาย คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2563 ถูกปรับลดเป็นหดตัว 10.3% เทียบกับที่คาดว่าจะหดตัว 5.1% ในช่วงก่อนหน้านี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการบริโภคภายในประเทศและการลงทุน และยังกระทบต่อการส่งสินค้าและบริการไปต่างประเทศด้วย”

“เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ ธนาคารจะดูแลและบริหารจัดการในเรื่องคุณภาพของสินทรัพย์อย่างระมัดระวัง เพื่อให้มั่นใจทั้งในด้านความปลอดภัยและความแข็งแกร่ง ขณะที่กรุงศรีจะยังคงให้การสนับสนุนลูกค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างต่อเนื่อง”

บทความแนะนำ