หวั่นงบ64สะดุดเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ

วันที่ 16 ก.ค. 2563 เวลา 11:40 น.
หวั่นงบ64สะดุดเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ
แบงก์หวั่นเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ ทำงบ64สะดุด นักลงทุนกังวลนโยบายเศรษฐกิจดีไม่ได้รับการสานต่อ

ดร.ทิม ลีฬาหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล มีเรื่องสำคัญที่ต้องติดตาม 3 เรื่อง ประกอบด้วย

1. การเปลี่ยนแปลงทีมเศรษฐกิจทำให้เกิดความกังวลของนักลงทุน ทีมเศรษฐกิจของ ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ทำงานกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มานาน 4-5 ปี นโยบายด้านเศรษฐกิจที่สำคัญมาจากการพลักดันของนายสมคิด ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีโครงการ EEC โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่ยังต้องเดินหน้าต่อ ซึ่งนักลงทุนติดตามว่าทีมเศรษฐกิจใหม่จะมีความชัดเจนดำเนินในโครงการเหล่านี้ต่อหรือไม่

2. นักลงทุนไม่อยากให้มีการสะดุดในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทำได้ดีในการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 มีการให้เงินเยียวยากลุ่มคนต่างๆ ตั้งแต่เดือน เม.ย. ถึง เดือน ก.ค. ซึ่งเป็นเดือนสุดท้าย นักลงทุนจึงอยากรู้ว่าทีมเศรษฐกิจใหม่ ต่อจากนี้จะมีทิศทางอย่างไร ในการฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยว ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี การเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย จะมีการสะดุดหรือมีความต่อเนื่องอย่างไร

3. นักลงทุนตามดูการผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2564 หลังจากมีการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ เนื่องจากรัฐบาลเป็นรัฐบาลผสมรวมกันถึง 20 พรรค มีพรรคขนาดใหญ่ร่วมอยู่ เช่น พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ ยังพร้อมเดินไปกับรัฐบาล ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ซึ่งจะมีการโหวตวาระ 3 ในสภาในเดือน ก.ย. นี้ หรือไม่ ซึ่งนักลงทุนไม่ยากเห็นการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจมีผลกระทบทำให้งบประมาณ 2564 ล่าช้า เหมือนกับงบประมาณ 2563 ที่ล่าช้า 5-6 เดือน ส่งผลกระทบกับการขยายตัวเศรษฐกิจ

"การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) การปรับทีมเศรษฐกิจ ต้องทำอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ จะทำให้การทำงานของรัฐบาลต่อเนื่องเหมือนเดิมทันทีเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก ซึ่งเป็นเรื่องที่นักลงทุนกังวล เพราะการทำงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทำงานด้านเศรษฐกิจของคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีประสิทธิภาพเป็นที่น่าพอใจ" ดร.ทิม กล่าว