แบงก์ชาติหั่นเศรษฐกิจติดลบ8.1%

วันที่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 14:22 น.
แบงก์ชาติหั่นเศรษฐกิจติดลบ8.1%
พิษโควิด พ่นพิษเศรษฐกิจไทยหนัก ธปท. ปรับคาดการณ์ติดลบเพิ่ม 8.1%

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวติดลบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากผลกระทบจากโควิด -19

นอกจากนี้ กนง. ยังได้ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2563 จะขยายติดลบ 8.1% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัวติดลบ 5.3% เนื่องจากการระบาดของโควิด -19 ทั่วโลก ส่งผลกระทบการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทยรุนแรง คาดว่าการส่งออกจะติดลบ 10.3% และมีนักลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ติดลบ 8.8% และคาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าไทยเพียง 8 ล้านคนเท่านั้น ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 15 ล้านคน

ส่วนการบริโภคภาคเอกชน คาดว่าติดลบ 3.6% จากคาดการณ์เดิมที่ติดลบ 1.5% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน ติดลบถึง 13.8% จากคาดการณ์เดิมที่ติดลบ 4.3% โดยมีเพียงการลงทุนภาครัฐเท่านั้น ที่คาดว่าจะขยายตัวเป็นบวกที่ระดับ 5.8% เท่าคาดการณ์เดิม ส่วนเศรษฐกิจไทยปีหน้า คาดว่าจะขยายตัวเป็นบวกที่ 5% จากเดิมที่คาดว่าไว้ 3%

นายทิตนันท์ กล่าวว่า การประมาณการเศรษฐกิจไทยในรอบนี้ คณะกรรมการ กนง. ได้มีการประมาณการเป็นพื้นฐาน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์อีก ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะกลับมารุนแรงอีกหรือไม่

ทั้งนี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ติดลบลึกที่สุดในไตรมาส2/2563 เพราะผลกระทบโควิด-19 กระทบทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกรุนแรงกว่าที่คาด ทำให้ในช่วงดังกล่าวเศรษฐกิจติดลบมาก และช่วงครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจไทยจะค่อย ๆ ฟื้นตัวแบบติดลบน้อยลงเรื่อย ๆ ก่อนจะกลับมาเป็นบวกในปีหน้า

"รัฐบาลต้องดูว่าจะทำอย่างไร ให้แผลเป็นในภาคธุรกิจและครัวเรือนมีผลกระทบน้อยลง ถ้าผ่านไปได้ การฟื้นตัวก็จะเข้มแข็ง และควรใช้โอกาสนี้ในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ นอกเหนือจากนโยบายในการกระตุ้นด้านอุปสงค์ การดำเนินนโยบายด้านอุปทานต้องทำควบคู่กันไปด้วย" นายทิตนันท์ กล่าว

นายทิตนันท์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ ปัจจัยมาจากค่าเงินสหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมหลักและภูมิเอเชีย โดย กนง. มองว่าจะมีผลกระทบกับผู้ส่งออก ดังนั้นจึงให้ทีมงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินมาตรการจำเป็นเพิ่มเติมในระยะเวลาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะเกินดุลมาก แต่ไม่มากเหมือนเดิม จนกว่าภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นปกติ ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในโลก มีการทำนโยบาย QE เพิ่มสภาพคล่อง จะทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามาในเอเชีย ซึ่ง กนง. จะจับตาดูแลสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ล่าสุดที่ -8.1% ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะเมื่อเทียบกับวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เศรษฐกิจไทยขยายตัว -7.6%