กักตัวได้แต่ต้องไม่กักเงิน...ปล่อยให้เงินทำงานผ่านกองทุน SSF แบบพิเศษ

วันที่ 03 เม.ย. 2563 เวลา 08:40 น.
กักตัวได้แต่ต้องไม่กักเงิน...ปล่อยให้เงินทำงานผ่านกองทุน SSF แบบพิเศษ
คอลัมน์ เข็มทิศนักลงทุน โดย...กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ ผู้บริหารฝ่าย ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ.กสิกรไทย

ในปัจจุบัน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงความเป็นอยู่ในหลายๆ ด้านของคนทั่วโลก ถือเป็นวิกฤตการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ประกอบกับสงครามราคาน้ำมันที่เข้ามาซ้ำเติม ทำให้ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ หรือแม้กระทั่งสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างเช่นทองคำ ถูกเทขาย เนื่องจากนักลงทุนหันมาถือเงินสดมากขึ้นเพราะมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่ดูจะยังไม่สามารถควบคุมได้ในระยะอันสั้น

หลายท่านอาจจะอยากขอพักเรื่องการลงทุนในช่วงนี้ไป แต่ถ้าถามว่ายังลงทุนได้อยู่ไหม คำตอบคือได้นะครับ ซึ่งวันนี้ผมมีกองทุนรวม 2 แบบมาแนะนำให้ท่านได้รู้จักกัน

กองทุนที่ผมจะมาแนะนำในวันนี้ คือ ‘กองทุนรวมเพื่อการออม หรือ Super Savings Fund’ เรียกสั้นๆ ว่า SSF ซึ่งในช่วงนี้ท่านจะได้รู้จักกับกองทุนดังกล่าวด้วยกัน 2 แบบ คือ SSF แบบปกติ และ SSF แบบพิเศษ ซึ่งกองทุน SSF ทั้ง 2 แบบนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการออมระยะยาว (ถือครอง 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ) สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ และมาทดแทนกองทุนหุ้นระยะยาว (Long Term Fund : LTF) ที่เพิ่งถูกยกเลิกไป ซึ่งความแตกต่างของ SSF ทั้ง 2 แบบ มีดังนี้

อย่างที่ทุกท่านทราบดี ตลาดหุ้นไทยโดนไวรัส COVID-19 เล่นงานไปไม่น้อยไปกว่าตลาดหุ้นทั่วโลก โดยปรับตัวลงมากกว่า 500 จุดนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้กองทุน SSF แบบพิเศษ ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อที่จะมาพยุงตลาดหุ้นไทย ซึ่งจากตารางข้างต้น จะเห็นว่า SSF แบบพิเศษ มีนโยบายการลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 65% ของกองทุน ซึ่งเวลานี้ก็ถือเป็นจังหวะดีที่จะเข้าทยอยซื้อ เพราะเป็นช่วงที่ราคาหุ้นไทยถูกสุดในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา และแน่นอนครับ การลงทุนในกองทุนรวมสามารถลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนของท่านได้ดีกว่าการลงทุนตรงในหุ้นรายตัว เนื่องจากท่านไม่ต้องมานั่งจับจังหวะการลงทุนเอง โดยกองทุนจะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยปรับสัดส่วนการลงทุนให้ อีกทั้งยังได้กระจายการลงทุนไปในหุ้นได้หลายตัว

และเนื่องจากกองทุน SSF ทั้ง 2 แบบ ต้องถือยาว 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาของหุ้นไทย (SET) การถือยาวขั้นต่ำ 10 ปี มักจะทำให้ไม่ขาดทุน โดยเฉพาะหากซื้อในช่วงนี้ที่ราคาถูก

นอกจากนี้ การลงทุนในกองทุน SSF แบบพิเศษ ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยท่านสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีกถึง 2 แสนบาท โดยไม่มีเพดานรายได้ และไม่นับรวมวงเงิน SSF แบบปกติ รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนเพื่อการเกษียณแบบอื่นๆ จึงทำให้กองทุน SSF แบบพิเศษ ยิ่งมีความน่าสนใจมากขึ้น

สำหรับท่านใดที่ต้องการลงทุนหุ้นไทยในจังหวะนี้ซึ่งถือว่าปรับตัวลงมาค่อนข้างมากจากในอดีต แถมยังได้รับสิทธิ์หักลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นอีก ก็สามารถมาทยอยลงทุนในหุ้นไทยชั้นนำระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง กองทุนเปิดเค ซูเปอร์สตาร์ เพื่อการออมพิเศษ (K-SUPSTAR-SSFX) ที่ บลจ.กสิกรไทย เพิ่งได้เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 1-10 เม.ย. 63 ก่อนที่จะเสนอขายครั้งถัดไปในวันที่ 15 เม.ย. ไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 63 โดยเริ่มต้นเพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS และ K-My Funds หรือธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา รวมถึงผู้สนับสนุนการขาย พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับท่านที่ซื้อตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป โดยเมื่อลงทุนทุก 50,000 บาท รับ Cash Back 100 บาท (สูงสุด 400 บาท/ท่าน) เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

สุดท้ายนี้ ผมก็ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และรอดพ้นจากไวรัส COVID-19 และขอฝากทุกท่านไว้ว่าในยามนี้ที่ท่านต้องกักตัวทำงานอยู่ที่บ้าน แต่เงินลงทุนของท่านไม่ควรถูกกักไว้ด้วยนะครับ…ปล่อยให้เงินทำงานผ่านกองทุน SSF แบบพิเศษกันดีกว่าครับ