รัฐบาลขยายกลุ่มเป้าหมายคนรับเงิน 5 พันเป็น 9 ล้านคน

วันที่ 31 มี.ค. 2563 เวลา 18:59 น.
รัฐบาลขยายกลุ่มเป้าหมายคนรับเงิน 5 พันเป็น 9 ล้านคน
ที่ประชุมครม.มีมติขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับเงิน 5 พันบาท เป็น 9 ล้านคนจากเดิม 3 ล้านคน เหตุผู้ที่ได้รับผลกระทบมีมากกว่าที่ประมาณการณ์ไว้

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 63 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบทบทวนมติ ครม.เกี่ยวกับมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เนื่องจากมาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น

จากการเปิดให้ผู้ได้รับผลกระทบลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 28-30 มี.ค.63 มีผู้ลงทะเบียนที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบสิทธิจำนวนทั้งสิ้น 18.8 ล้านคน จึงประเมินว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจะมีมากกว่าที่ได้ประมาณการณ์ไว้

อีกทั้งตามมาตรา 54 แห่งกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม กำหนดให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มาตรา 40 ซึ่งมีจำนวนประมาณ 5 ล้านคน ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย พ.ศ. .... ที่ ครม.เห็นชอบไว้ จึงจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกันตนกลุ่มนี้ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 33 บางส่วนที่ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคมแต่เป็นลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จำนวน 70,676 คน

ส่วนกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 33 กลุ่มอื่นๆ นั้น กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นสมควรเสนอทบทวนมติ ครม. เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง ดังนี้

1.ขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิของมาตรการชดเชยรายได้ฯ ให้ครอบคลุมทั่วถึงผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากเดิมจำนวน 3 ล้านคน เป็นจำนวน 9 ล้านคน

2.เพื่อให้สามารถชดเชยรายได้ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที กระทรวงการคลังขอนำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนไม่เกิน 45,000 ล้านบาท ที่ได้รับจัดสรรตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 24 มี.ค.6363 มาใช้ในการชดเชยรายได้ครั้งแรกในเดือน เม.ย.63 ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบที่ได้รับสิทธิตามมาตรการชดเชยรายได้ฯ ไปพลางก่อน สำหรับในเดือนต่อๆ ไป กระทรวงการคลังจะได้เสนอ ครม.พิจารณาจัดหาแหล่งเงินที่เหมาะสมอีกครั้ง

3.ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินสนับสนุนที่ได้รับตามมาตรการชดเชยรายได้ฯ โดยให้กรมสรรพากรเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ ครม.พิจารณาต่อไป

ทั้งนี้การดำเนินมาตรการชดเชยรายได้ฯ เข้าข่ายลักษณะของกิจกรรม มาตรการหรือโครงการ ตามบทบัญญัติในมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ และประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ (ประกาศคณะกรรมการฯ) เรื่อง การดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการที่ก่อให้เกิดภาระต่องบประมาณหรือภาระทางการคลังในอนาคต พ.ศ. 2561 โดยกระทรวงการคลังได้จัดทำรายละเอียดข้อมูลที่ต้องนำเสนอตามบทบัญญัติในมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ เรียบร้อยแล้ว