สศช.หั่นจีดีพีปีนี้เหลือโต2%

วันที่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 10:12 น.
สศช.หั่นจีดีพีปีนี้เหลือโต2%
เศรษฐกิจไม่ดีจริง สศช. คาดปีนี้โอกาสทรุดถึง 1.5% หลังปี 2562โต 2.4%

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในไตรมาส 4/62 ขยายตัว 1.6% ขณะที่ภาพรวมของปี 62 ขยายตัว 2.4%

สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยย่อตัวลงมาจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ได้แก่ ผลกระทบสงครามการค้าและการส่งออกที่ลดลง ขณะที่งบประมาณรายจ่ายปี 63 ล่าช้า เกิดปัญหาภัยแล้ง และเงินบาทแข็งค่า

ส่วนในปี 63 คาดว่า GDP จะขยายตัว 1.5-2.5% ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 2.7-3.7% โดยมีปัจจัยหลัก คือ การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ปัญหาภัยแล้ง และความล่าช้าของงบประมาณฯ ปี 2563

นายทศพร กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 2563 ชะลอตัวลงจากปี 2562 ตามข้อจากัดจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ปัญหาภัยแล้ง และความล่าช้าของงบประมาณ แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก

(1) การปรับตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ ของเศรษฐกิจและการค้าโลกตามการลดลงของแรงกดดันจากมาตรการกีดกันการค้าและความเสี่ยงจาก การแยกตัวของสหราชอาณาจักรแบบไร้ข้อตกลง (2) การขยายตัวในเกณฑ์ที่น่าพอใจของ การใช้จ่ายภาคครัวเรือน และการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ

(3) แรงขับเคลื่อนจากมาตรการภาครัฐ

(4) ฐานการขยายตัวที่ต่าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัว 1.4% การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนรวมขยายตัว 3.5% และ 3.6% ตามลาดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วง 0.4 – 1.4% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 5.3% ของ GDP

นายทศพร กล่าวว่า ประเด็นการบริหารนโยบายเศรษฐกิจในช่วงปี 2563 ควรให้ความสาคัญกับ

(1) การประสานนโยบายการเงินการคลัง เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจในครึ่งปีแรก และสนับสนุนการฟื้นตัว และการขยายตัวในครึ่งปีหลัง

(2) การฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวให้สามารถกลับมาขยายตัวในครึ่งปีหลัง โดยมีจานวนและรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีไม่ต่ากว่า 37.0 ล้านคน และ 1.73 ล้านล้านบาท ตามลาดับ โดยให้ความสาคัญกับ

1. การยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าปรับให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส

2. การรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

3. การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปี

4. การพิจารณาวันหยุดเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีแรก โดยไม่กระทบต่อกิจกรรมเศรษฐกิจ

5. การติดตามขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว

(3) การขับเคลื่อนการส่งออกให้สามารถกลับมาขยายตัวได้ไม่ต่ากว่า 2.0% (ไม่รวมทองคา) โดย

1. การขับเคลื่อนแผนการส่งออกปี 2563

2. การให้ความสาคัญกับการส่งออกสินค้าที่ได้รับประโยชน์จากการเบี่ยงเบนทางการค้า และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของไวรัส

3. การให้ความช่วยเหลือผู้ผลิตที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตและการค้าไทย-จีน

4. การเร่งรัดการเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สาคัญๆ

(4) การรักษาแรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ โดยการเร่งรัดการเบิกจ่ายเพื่อให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ 2563 งบประมาณเหลื่อมปี และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจไม่ต่ากว่า 91.2% 70.0% และ 75.0% ตามลาดับ

(5) การสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุน การขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน โดย

1. การติดตามและขับเคลื่อนมาตรการเพื่อสนับสนุนการลงทุน

2. การขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ

3. การเร่งรัดการเจรจาความร่วมมือทางการค้าที่สาคัญ ๆ

4. การแก้ไขปัญหาอุปสรรคการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการต่างชาติ

(6) การดูแลผู้มีรายได้น้อย ผู้ได้รับผลกระทบจาก ภัยแล้ง การลดลงของจานวนนักท่องเที่ยว และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสาคัญกับ

1. กลุ่มเกษตรกรที่ทางานในภาคบริการในช่วงนอกฤดูกาลเพาะปลูกและฤดูกาลเก็บเกี่ยว

2. กลุ่มพนักงานในสาขาการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง

3. กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs

4. การเร่งรัดเบิกจ่ายเงินชดเชย และการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และ

5. การบริหารจัดการน้ำ