posttoday

เปิดก้นบึ้งหัวใจ "สมคิด" พาเศรษฐกิจไทยรอดพ้นวิกฤตครั้งใหญ่

05 กุมภาพันธ์ 2563

ลมพัดสบายอากาศดียามเย็นในโรงแรมที่พักติดทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ทำให้ "สมคิด" ดูผ่อนคลายและปลื้มกับความพยายามในการพลักดันเศรษฐกิจชุมชนที่จะพาเศรษฐกิจไทยให้พ้นจากวิกฤต

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เศรษฐกิจไลกไม่ดี เศรษฐกิจไทยเจอมรสุมหลายลูกพร้อมๆ กัน ทั้งเรื่องงบประมาณ 2563 และการระบาดของไวรัสโคโรนา ไม่ใช่เวลาที่จะฝ่ายไหนจะมานั่งโทษใคร เป็นเวลาที่ทุกคนต้องหันเข้าหากัน ต้องร่วมมือกับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดันทุกอย่างให้ผ่านพ้นไปได้

"ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะผ่านวิกฤตไปได้ แม้ว่าการเติบโตจะไม่สูงมากเหมือนในอดีต แต่อย่างน้อยที่สุดประเทศไทยยังมีศักยภาพที่ดีพอที่จะผ่านพ้นไปได้" นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยอาจไปเจอพายุลูกใหญ่เรื่องงบประมาณปี 2563 ยังใช้ไม่ได้ เป็นเรื่องที่ไม่ต้องโทษใคร หากการใช้งบต้องถูกชะลอออกไป ก็ต้องรีบให้ผ่านไปเร็วที่สุด เพื่อจะได้มีงบประมาณมาใช้ ซึ่งตอนนี้ผมได้นัดกับสำนักงบประมาณ คลัง เพื่อดูแก้ปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งจะดูว่าจะนำงบประมาณออกมาได้เร็วขนาดไหน และระหว่างที่รอมีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีแหล่งเงินอื่นมาหมุนเวียน

ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจไทยเจอพายุแต่ละลูกรุนแรง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีทราบดี ก็อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน เมื่อพายุผ่านไปแล้วทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น ขออย่างเดียวอย่าไปทำให้ต่างชาติที่มาลงทุนคิดว่าประเทศไทยมีปัญหา ทุกประเทศตอนนี้มีปัญหาทั้งนั้น เพียงแต่ประเทศไทยมีเรื่องการเมืองที่ทำให้เศรษฐกิจไทยสะดุด ต้องช่วยกันประคับประคอง

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาคลังเพิ่งออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งถึงเวลาแล้วที่เอกชนต้องลงทุน เพราะเป็นมาตรการที่จูงใจมากหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 2.5 เท่า ซึ่งมากที่สุดที่คลังเคยให้มา

สมคิด บอกว่า ไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศในประเทศไทย เพราะเชื่อว่าในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศ ประเทศไทยยังไปได้ แต่นักลงทุนไทยถึงจุดที่ต้องเข้ามาลงทุนแล้ว ค่าเงินบาทตอนนี้่ก็เอื้อให้ลงทุนอย่างมาก จึงควรเข้ามาช่วยเศรษฐกิจไทยคนละไม่คนละมือ

ปัญหาหลักของไทยหลายเดือนที่ผ่านมา คือ ค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังแทรกแซงไม่ได้ แต่จากการหารือร่วมกันหลายฝ่ายทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาอยู่ที่เกือบ 31 บาทต่อดอลลาร์ เข้าใกล้ระนาบเดียวกับประเทศคู่แข่ง ซึ่งที่ผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ระมัดระวังการเข้าไปดูแลเงินบาท เพราะถูกจับตามองจากสหรัฐอเมริกา ถ้ารักษาค่าเงินบาทไว้ได้ระดับนี้เรื่องการส่งออกก็พอจะสู้กันได้ และเมื่อไรสงครามการค้าสหรัฐกับจีนดีขึ้น การส่งออกของไทยก็จะกลับฟื้นขึ้นมาใหม่

อย่างไรก็ตาม สมคิด บอกว่า อยากชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยที่พึ่งการส่งออกมาเกินไป กลายเป็นจุดอ่อน ซึ่งพูดมาหลายปีแล้ว ว่าต้องสร้างเศรษฐกิจไทยภายในให้เข้มแข็ง เพื่อให้มีความสมดุลของเศรษฐกิจ นี้คือเหตุผลที่รัฐบาลใช้นโยบายประชารัฐสร้างไทย โดยการสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข็มแข็งอย่างถาวร ชุมชนพัฒนาสินค้าได้ รู้ว่าจะพัฒนาสินค้าอะไร นำจุดแข่งเหล่านี้มาสร้างรายได้ ซึ่งรัฐบาลต้องช่วยสนับสนุน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยโดยรวมขยายตัวในที่สุด แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีปัญหาก็ตาม

"ไม่อยากให้ดูว่าจีดีพีประเทศไทยโตเท่าไร มันไม่ใช่ มันต้องดูว่าเศรษฐกิจชุมชนทุกจังหวัดเป็นอย่างไร เพราะเศรษฐกิจแต่ละจังหวัดเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจรวมของประเทศ ดัชนีจริงๆ ไม่ได้อยู่ว่าการส่งออกปีหนึ่งโตเท่าไร ดัชนีจริงๆ อยู่ที่ว่าจังหวัดนี้ คุณสามารถสร้างผลผลิตและบริการให้มีรายได้เท่าไร จะเห็นว่าการท่องเที่ยวเมืองรองที่รัฐบาลนี้สนับสนุน มีการเพิ่มขึ้นใน 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งคนและรายได้ 1-4% หากเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างนี้ เศรษฐกิจรวมของประเทศไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นแน่ ไม่ต้องไปใช้ตำราฝรั่งนั่งนับการส่งออกโตเท่าไร แต่เราไม่คิดแบบนั้น เราลงพื้นที่จริงในประเทศพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข็มแข็ง ซึ่งนี้เป็นของจริง ในเมื่อต่างชาติไม่มาเที่ยวไทยเพราะไว้รัสโคโรนาระบาด คนไทยก็ต้องเที่ยวไทยช่วยไทย" นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด บอกว่า คุณอย่าคิดว่าการส่งเสริมไทยเที่ยวไทยเป็นเรื่องกระจอก ประเทศญี่ปุ่นก็ญุี่ปุ่นเที่ยวญี่ปุ่นทั้งนั้นแล้วถึงเอาต่างชาติเข้ามาเสริม นี่เป็นการสร้างเศรษฐกิจระดับจุลภาพให้เกิดจึงในพื้นที่ ไม่ใช่ดูแต่เรื่องแต่เรื่องเศรษฐกิจมหภาคเพียงอย่างเดียว ค่าเงินบาทเป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้ปัญหาการส่งออก แต่เห็นไหมว่าสินค้าชุมชนในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองที่มีการพัฒนาดีๆ ไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท เรื่องสำคัญคือขอให้คนเข้ามาเที่ยวให้ถึงเท่านั้น

"คุณจะเห็นว่าจังหวัดพัทลุง เป็นเมืองรองที่การท่องเที่ยวพัฒนาไปมาก เหมือนจังหวัดเชียงรายที่ตอนก่อนเป็นท่องเที่ยวเมืองรอง แต่ตอนนี้เป็นเมืองเอกแล้วนะ ยังมีแพร่ น่าน ที่เป็นเมืองรองที่เติบโตได้อย่างดี หากทำให้เกิดขึ้นแบบนี้ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เศรษฐกิจประเทศไทยจะขยายตัวไปได้ขนาดไหน แต่ที่ผ่านมามีคนคิดไหม มีแต่ฝ่ายที่นั่งบ่นและด่ารัฐบาลอย่างเดียว ซึ่งผมเข้าใจต้องอดทนเพราะเรื่องนี้ต้องใช้เวลาดำเนินการ ไม่ได้เสกขึ้นมาได้ในวันเดียว" สมคิด กล่าว

สมคิด กล่าวย้ำว่า จีดีพี คืดรายได้ประชาชาติ ที่มาจากผลผลิตและบริการของประชาชน ไม่ใช่แค่บริษัท ซึ่งเข้าใจว่ามีคนโจมตีแนวคิดนี้ ซึ่งผมไม่ว่าอะไร เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปหวั่นไหว เพราะถ้าคุณรู้ทำในสิ่งที่ถูกมันต้องใช้เวลา และทุกคนจะเห็นเอง

สมคิด กล่าวทิ้งท้ายเรื่องรัฐบาลถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่เคยบอกว่าไม่กังวล แต่เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย เมื่อฝ่ายค้านมีข้อข้องใจก็ต้องถาม รัฐบาลคนที่เกี่ยวข้องก็ต้องตอบเพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ จบแค่นั้น ไม่ได้กังวัลหรือไม่กังวล

ข่าวล่าสุด

KTC MERCHANT App พลิกเกม SME ไทย รับชำระเงินเร็ว ง่าย ไร้รอยต่อ