บลจ.กสิกรไทย ออกเทอมฟันด์ขายรายใหญ่ ชูผลตอบแทน 1.30% ต่อปี

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 11:27 น.
บลจ.กสิกรไทย ออกเทอมฟันด์ขายรายใหญ่ ชูผลตอบแทน 1.30% ต่อปี
บลจ.กสิกรไทย เสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ ชูผลตอบแทน 1.30% ต่อปี เสนอขายครั้งแรก (IPO) 2 - 8 มิ.ย.นี้

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทยเสนอขายหน่วยลงทุน กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6MP ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (KFF6MP-AI) ประมาณการผลตอบแทน 1.30% ต่อปี โดยมีกำหนดเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 2 – 8 มิถุนายน 2563

นายนาวิน กล่าวว่า กองทุน KFF6MP-AI เป็นกองทุนที่มีกำหนดอายุโครงการ (Term Fund) ประมาณ 6 เดือน และมีการลงทุนแบบกระจุกตัว จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้มีเงินลงทุนสูงเท่านั้น โดยผู้ลงทุนต้องที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพย์สินที่กองทุนเข้าไปลงทุน และสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ อย่างไรก็ดี ตราสารที่กองทุนเข้าไปลงทุนล้วนเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ซึ่งที่ผ่านมากองทุน Term Fund ภายใต้การบริหารจัดการของบลจ.กสิกรไทย ไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ (Default) ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงวางใจได้ว่าเงินลงทุนจะได้รับการบริหารจัดการอย่างดีจากผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ ทั้งนี้ คาดว่ากองทุนจะเข้าลงทุนในเงินฝาก Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน) และเงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia (ประเทศอินโดนีเซีย) รวมถึงเงินฝาก Doha Bank, เงินฝาก Commercial Bank of Qatar, เงินฝาก AI Khalij Commercial Bank และเงินฝาก Qatar National Bank (ประเทศกาตาร์) โดยกองทุนจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศจีนสามารถควบคุมได้ดีและคลี่คลายแล้ว โดยทางรัฐบาลจีนได้ออกมาตรการอัดฉีดทั้งทางการเงินและการคลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบ ในขณะที่ยังมีปัจจัยกดดันอุปสงค์จากภายนอก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่กลับมามีประเด็นความขัดแย้งกันอีกครั้ง รวมถึงแนวโน้มผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ที่พุ่งขึ้นในสหรัฐฯ อาจส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้โดยเร็ว ธนาคารกลางของประเทศแกนหลักต่างยังส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับที่ใกล้ศูนย์ต่อไป ทั้งนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาด และมาตรการการเงินการคลังที่ออกมาจะช่วยลดผลกระทบต่อภาคธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้น ในภาวะที่ตลาดยังมีความผันผวนอยู่ค่อนข้างสูง กองทุน Term Fund จึงตอบโจทย์ผู้ลงทุนในเวลานี้เพื่อเป็นการพักเงินลงทุนในระยะสั้น และรอจังหวะเข้าลงทุนในกองทุนประเภทอื่นต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่รอจังหวะเข้าลงทุนในกองทุนประเภทอื่นยังคงต้องติดตามประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและจีนที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น” นายนาวินกล่าว

นายนาวิน กล่าวว่า ผู้ลงทุนที่สนใจกองทุน KFF6MP-AI นอกจากจะเป็นผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้มีเงินลงทุนสูงเท่านั้นแล้ว ยังต้องมีลักษณะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยสามารถเริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำ 1,000,000 บาท ผ่านธนาคารกสิกรไทย และผู้สนับสนุนการขาย/รับซื้อคืนหน่วยลงทุนเท่านั้น ไม่สามารถลงทุนผ่านช่องทางดิจิตอลได้ ทั้งนี้ เมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจัดการจะนำเงินค่าขายคืนอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนใดกองทุนหนึ่งใน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) หรือกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF) ของบลจ.กสิกรไทย เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ผู้ลงทุนสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางดังกล่าว หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888