ฉีดวัคซีนคือโอกาสการกลับมาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 08:01 น.
ฉีดวัคซีนคือโอกาสการกลับมาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่ายๆ ตอนที่ 22/2564 โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่เครดิตบูโร

วัคซีนคือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในเวลานี้สำหรับการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ การกระตุ้นการท่องเที่ยว การเปิดประเทศ การทำมาค้าขาย การขนส่ง การจะกินข้าวนอกบ้าน ในร้านอาหาร การทำงานที่สำนักงาน การไปจับจ่ายใช้สอยในตลาดสด ตลาดติดแอร์ การเรียกคนมาซ่อมบ้าน ซ่อมของ ปรับปรุง ตกแต่ง แม้แต่ตัดผมทำผม มันติดขัดไปหมด เพราะเศรษฐกิจการค้าการขายต้องระวังสิ่งที่มองไม่เห็นจนหลอน จนชะลอ จนหยุด เพราะมันไม่คุ้มกับการลงทุนไปโดยที่คนจะกลับมาซื้อหรือไม่

การฉีดวัคซีนมีความหมายครับ มันจะก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ติดเชื้อได้แต่ไม่รุนแรง ไม่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ต้องเข้า ICU เพราะถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่ง ตัวเลขคนใส่ท่อช่วยหายใจยังมาก ตัวเลขคนอยู่ใน ICU ยังเยอะ สุดท้ายตัวเลขคนที่ตายไปโดยไม่มีการร่ำลาเพิ่ม จะทำให้ความเชื่อมั่นไม่มี ความเชื่อมั่นไม่มีมันก็ลามมาถึงการลด-ละ-เลิกทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ คนก็ไม่มีงานทำ รายได้ก็ไม่มี แต่หนี้ยังคงเดิม จะพักเงินต้น จ่ายดอกเบี้ยอย่างเดียว ลากให้ยาวอย่างไร ถ้าเดี๋ยวเกิดการแพร่ระบาดอีก มันก็เหมือนถูกชกตรงที่เป็นแผลแตกซ้ำแล้วซ้ำอีก มันทำร้ายคนชั้นกลางให้กลายเป็นคนจนลง ทำร้ายคนรายได้น้อยให้กลายเป็นยากเย็นเข็ญใจ ทำร้ายคนที่จนสุดๆ จนต้องหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย "ติดคนรวย ซวยคนจน" ได้กลายมาเป็นวาทกรรมทางการเมืองทับซ้อนลงไปกับปัญหาปากท้องระดับรากแก้วรากหญ้า ถ้าไม่เร่งดำเนินการ มันก็ไม่รอดทั้งรวยทั้งจนล่ะครับงานนี้

ไม่น่าเชื่อว่า เวชภัณฑ์ทางการแพทย์คือเครื่องมือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ผู้เขียนมีประเด็นที่ชวนให้ท่านผู้อ่านคิดตามนะครับว่าเราจะได้ ภูมิคุ้มกัน?หมู่มาเพื่อสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างไร อะไรคือปัจจัยสำคัญที่เราจะไปถึงหมุดหมายของโชคชะตา

1. ไวรัสจะกลายพันธุ์มีความดุร้าย และแพร่กระจายได้เร็วขึ้นหรือไม่

2. วัคซีนที่ประเทศไทยได้มามีความเก่ง ฉลาดที่จะจัดการกับไวรัสที่มันกลายพันธุ์ได้แค่ไหน วัคซีนจะลดความรุนแรงของคนที่ติดเชื้อได้กี่มากน้อย อันนี้คือความเก่งของวัคซีนที่จะสู้กับความเก่งของไวรัสในข้อ 1

3. จำนวนวัคซีนและการครอบคลุมคนที่จะได้รับวัคซีนมีจำนวนมากแค่ไหนเช่น ถ้าเรามี 70 ล้านคน ต้องการ 70% ก็ต้องฉีดให้ได้ 50 ล้านคน แต่ถ้าไวรัสมันเก่งขึ้น ก็อาจต้องฉีดให้ได้ 80% ก็ต้องไประดับ 60 ล้านคน แต่ละคนต้องฉีด 2 เข็ม นั่นหมายถึงวัคซีน 100-150 ล้านโดส เงินทุกประเทศมี สำคัญว่าของมีไหม มีแล้วจะมาพร้อมให้ฉีดกันเร็วแค่ไหน

4. ยุทธศาสตร์ในการฉีด ต้องเน้นที่คนกลุ่มไหน กลุ่มที่เสี่ยงมาก เคลื่อนไหวเยอะเช่น พนักงานบริการ คนขับรถสาธารณะ คนขับมอเตอร์ไซค์ส่งของ พนักงานเก็บขยะ พ่อค้าแม่ขายในตลาด พนักงานร้านสะดวกซื้อ คนทำงานออฟฟิศก่อนดีหรือไม่ การปูพรมลงไปบางทีมันขาดการส่งแรงลงไปเป็นจุด มันก็เหมือนการสร้างกล้ามเนื้อตรงจุดที่ถูกชกบ่อยๆ

5. การจัดการกับสะเก็ดไฟ คือการไล่ตรวจ คัดกรอง แยกแยะ ส่งกักตัว แยกปลาออกจากน้ำ โดยเฉพาะในเมืองที่มีชุมชนอยู่มาก แคมป์คนงาน ตรงจุดนี้คือเส้นเลือดฝอยแบบที่คุณชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่า กทม. เคยบอกไว้ว่า ต้องเข้าให้ถึง เข้าใจพวกเขา แล้วพัฒนาความร่วมมือแบบร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ใช่แบบทำงานเอาหน้า เอาป้ายไปลงว่าเป็นฉันทั้งที่มันคือหน้าที่ที่ควรจะทำตั้งนานแล้ว แถมเป็นเงินภาษี ไม่ใช่เงินท่าน สิ่งที่น่าละอายในมโนสำนึกที่ดีเข้าไม่ทำกันต้องเลิกนะครับ

6. ความเร็วในการฉีด ด้วยศักยภาพของการแพทย์ไทย ผู้เขียนเชื่อว่าฉีดได้วันละ 3-4 แสนโดสได้อยู่แล้ว ขอให้มีของมาฉีดเถอะ ความกลัวตาย เมื่อภัยมาประชิด จะนำมาซึ่งการจัดระเบียบแบบเดินแถวเอาเข็มเข้าแขน ความเข้มแข็งระบบสาธารณสุขของประเทศไทยคือหลักประกันที่ดีที่สุดในยามสงครามนี้ เราเห็นท่านอาจารย์หมอทุกค่ายลงมาร่วมทำงานแบบไม่หยุดหย่อน เราเห็นบุคลากรทางการแพทย์เหนื่อยจนหลับคาโต๊ะ เราเห็นพี่ ๆ อาสาป้องกันภัยบุกไปรับผู้ติดเชื้อแบกขึ้นหลัง ดังนั้นตารางการฉีดเข้าแขนที่เร็ว จำนวนที่มากพอ มันจะสร้างพลังการครอบคลุม 70% ของเป้าหมาย หรืออาจจะถึง 80% ของเป้าหมายก็เป็นได้

7. เรื่องสุดท้ายคือ คนที่ควรจะต้องฉีดยินดีและยินยอมให้ฉีด เขาเหล่านั้นจะทำก็ต่อเมื่อเขาเชื่อ เขาจะเชื่อก็เมื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย ไม่มียาพิษเจอปนมาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน "มันเป็นตัวอะไรมาเกิดหนอ ถึงได้มีจิตใจอำมหิต สร้างกระแสให้เกิดความไม่มั่นใจในกลุ่มที่เปราะบางทางความคิด กลุ่มที่อ่านไลน์แล้วเชื่อ กลุ่มที่แชร์แล้วแชร์ต่อ" ผู้เขียนขอสาปแช่งคนที่คิดทำร้ายคนไทยด้วยกันเพียงเพื่อเอาชนะทางการเมือง เห็นความยากลำบากในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เป็นอาหารรสเลิศในการทำร้ายคน ขอให้มันผู้ทำ หลับอย่าได้ตื่น ฟื้นให้ติดเชื้อ ต้องใส่ท่อหายใจ ปอดพัง อย่าได้ตายเร็ว กลับมาเป็นผู้เป็นคนไม่สมบูรณ์ เพื่อจะได้นำเอาทรัพย์สินเงินทองที่กอบโกยมาได้รักษาตัวเองจนสิ้นเนื้อประดาตัว

ผู้เขียนขอจบด้วยเรื่องโควิด ต้องฟังหมอนะครับ

เราจะถึงฝั่งฝันในวันที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็เมื่อวัคซีนผ่านเข็มเข้าแขนของเราเร็วที่สุด มากที่สุด ครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพครับ