ถอดชีวิตจริงจากเพลง "แจ๊ส ชวนชื่น-แอ๊ด คาราบาว"

วันที่ 05 เม.ย. 2564 เวลา 07:51 น.
ถอดชีวิตจริงจากเพลง "แจ๊ส ชวนชื่น-แอ๊ด คาราบาว"
คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่าย ๆ ตอนที่ 16/2564? โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

เมื่อปรากฏข้อมูลในช่วงต้นเดือนเมษายน 2564 ว่าหนี้ครัวเรือนไทยสิ้นปี 2563 ได้ก้าวไปถึง 14 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 89.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (Gross Domestic Product หรือ GDP) ตามข่าวระบุว่ามันคือหนี้ครัวเรือนที่สูงสุดในรอบ 18 ปี จำนวนหนี้ที่เพิ่มในปี 2563 คิดเป็นจำนวนประมาณ 5.3 แสนล้านบาทนั้น ประมาณว่าครึ่งหนึ่งนั้นเป็นหนี้เพื่อการซื้อสิ่งปลูกสร้าง อสังหาริมทรัพย์

และถ้าเราตามไปดูข้อเท็จจริงจะพบว่าในปี 2563 ที่เราเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 นั้น มาตรการการให้สินเชื่อจะเข้มข้นมาก คนที่จะได้สินเชื่อต้องมีรายได้มากพอ หนี้ไม่มาก ความสามารถในการชำระหนี้ดี ดูได้จากอัตราส่วน ยอดหนี้ (เงินต้นบวกดอกเบี้ย) ที่ถึงกำหนดชำระหารด้วยรายได้ที่ได้รับหรืออัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (Debt Service Ratio หรือ DSR) มี % ที่ต่ำ เช่น อยู่ที่ระดับ 20-30% เป็นต้น กล่าวคือ มีรายได้ต่อเดือน 100 บาทได้นำมาชำระหนี้ทุกบัญชีเพียง 20-30 บาท เงินที่เหลือก็นำไปดำรงชีพและเก็บออม ข่าวร้ายที่มาจากสถาบันวิจัยค่ายธนาคารสีเขียวพบว่าจากการสำรวจอัตราส่วน DSR ดังกล่าวโดยเฉลี่ยคือเกิน 40% ทั้งกลุ่มที่ค้าขายรายย่อย กลุ่มที่มีรายได้ประจำแต่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในภาษาของคนที่ให้สินเชื่อเราเรียกว่า หนี้จะชนคอหอย เติมหนี้เพิ่มอีกไม่ได้แล้ว

ลองคิดดูนะครับ รายได้ 20,000 บาทต่อเดือน จ่ายหนี้?ทุกสิ่งอย่าง 8,000 บาทต่อเดือน เหลือเงิน 12,000 บาทต่อเดือน คิดเป็น 400 บาทต่อวัน ท่านผู้อ่านคิดว่าไหวหรือไม่ ควรจะก่อหนี้เพิ่มได้อีกไหม อนาคตถ้าจะลดหนี้ได้เร็วหรือที่เราเรียกว่า Deleverage ได้นั้น รายได้ต้องเพิ่มแล้วมองไปในอนาคตในสองปีนี้ ท่านผู้อ่านคิดว่าเราจะมีรายได้เพิ่มได้หรือไม่ มันจะมาจากทางไหน เงินที่หลวงท่านหยอดให้ตามโครงการมันจะมีตลอดอีกสองปีหรือ ถ้าไม่ปรับตัวจะได้ไหม จะหวังพึ่ง ม้า มวย หวย บอลหรือกู้แอปพลิเคชันออนไลน์?มาเติมจะรอดหรือไม่... ท่านผู้อ่านลองคิดแทนท่านที่กำลังแหวกว่ายในทะเลหนี้เวลานี้ครับ

มีคนส่งเพลงหนึ่งมาให้ผู้เขียน เป็นเพลงของศิลปินที่เรารู้จักดีคือ แอ๊ด คาราบาว ร้องคู่กับ แจ๊ส ชวนชื่น ผู้เขียนลองเอาเนื้อเพลงมาแสดงให้เห็นว่าเวลานี้ผู้คนที่มีรายได้น้อย ปานกลางค่อนข้างน้อย คนที่มีหนี้มาก อะไรคือกำลังใจ ท่านผู้อ่านลองหามาฟัง และคิดตามนะครับ เพราะสังคมเรากำลังได้รับผลกระทบจากผลการแพร่ระบาดโควิด-19 นี้มาก มันกดทับกำลังกาย กำลังใจขนาดไหน อย่างน้อยหากเราเป็นคนที่ไม่ได้รับผลกระทบมากจะได้คิดขึ้นมาได้ว่า หน้าที่ตรงหน้าของเราในการแก้ไขปัญหาให้คนอื่นๆ จะได้เร่งมือ เร่งทำ ไม่ใช่อะไรก็อยู่ระหว่างการศึกษาพร้อมจิบกาแฟรับลมเย็นริมน้ำเจ้าพระยา เนื้อเพลงนั้นมีอยู่ว่า...

ไม่ใช่ลูกเศรษฐี ชีวิตฉันต้องดิ้นรนเดินบนถนน อิจฉาคนร่ำรวยเพชรนิลจินดา ซุปเปอร์คาร์โคตรสวยไอฉันโคตรซวย เสือกเกิดมาจน

บ้านคนอื่นใหญ่โตมโหฬารบ้านฉันแคมป์คนงานสร้างจากสังกะสีคนรวยกระซิบกัน กังวาลทั้งปฐพีคนจนตะโกนทั้งที ใยไม่มีใครฟัง

ลองจับหัวใจ นั่นไงยังไม่หยุดเต้นมันยังเต้นตุ๊บตั๊บ นี่แหละความหวังบางที่เบื้องบนอยากลองของเราบ้างก็ช่างหัวมัน กัดฟันก้าวต่อไป

เจ็บหรือจนอย่าบ่นเบื่อย่อท้อถึงน้ำตาคลอ บอกไปเลยยังไหวลุยพร้อมชน ไม่ต้องสนหน้าไหนเพราะใจกูยังได้อยู่

ต้นทุนต่ำใครว่าดีไม่ได้แม้ปีนป่ายจนตะวันทอแสงคนรวยไม่เข้าใจหรอกมาม่ายังแพงร่างกายหมดแรง ใจตะแบงว่าได้อยู่

แม้ขัดสนไม่เคยโทษพ่อแม่แม้ย่ำแย่ไม่เคยโทษฟ้าดินถึงเราเป็นไก่ทะยานใช่นกบินพูดโผผินทั้งที่กูบินไม่ได้

ลองจับหัวใจ นั่นไงยังไม่หยุดเต้นมันยังเต้นตุ๊บตั๊บ นี่แหละความหวังบางที่เบื้องบนอยากลองของเราบ้างก็ช่างหัวมัน กัดฟันก้าวต่อไป

เจ็บหรือจนอย่าบ่นเบื่อย่อท้อถึงน้ำตาคลอ บอกไปเลยยังไหวลุยพร้อมชน ไม่ต้องสนหน้าไหนเพราะใจกูยังได้อยู่

ลองจับหัวใจ นั่นไงยังไม่หยุดเต้นมันยังเต้นตุ๊บตั๊บ นี่แหละความหวังบางที่เบื้องบนอยากลองของเราบ้างก็ช่างหัวมัน กัดฟันก้าวต่อไป

เจ็บหรือจนอย่าบ่นเบื่อย่อท้อถึงน้ำตาคลอ บอกไปเลยยังไหวลุยพร้อมชน ไม่ต้องสนหน้าไหนเพราะใจกูยังได้อยู่

อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/20666

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ