ออมสินดับเครื่องชนนอนแบงก์

วันที่ 24 ก.ค. 2563 เวลา 18:34 น.
ออมสินดับเครื่องชนนอนแบงก์
ออมสินลุยลดเหลื่อมล้ำ ดับเครื่องชนนอนแบงก์ นายทุนเต้นต่อสายบิ๊ก จองกฐิน "วิทัย"

วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ประกาศจะเข้าไปรีไฟแนนซ์สินเชื่อลูกค้าจากนอนแบงก์ที่มีอยู่ในปัจจุบันประมาณ 5 แสนล้านบาทมาอยู่ที่ธนาคารออมสิน โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราที่เป็นธรรมสมเหตุสมผลซึ่งถูกกว่าที่ลูกค้าเคยเสียอยู่ในปัจจุบัน 8-10% ซึ่งจะช่วยลูกหนี้ได้มากกว่า 10 ล้านคน คุณูปการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยก็คือ เมื่อธนาคารออมสินเข้าไปรีไฟแนนซ์สินเชื่อจากนอนแบงก์ จะทำให้ดอกเบี้ยทั้งระบบของนอนแบงก์ไหลต่ำลงในที่สุด ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยคนได้จำนวนมากมหาศาล แค่ฟังแนวคิดแล้วบอกเลยว่ารู้สึกศรัทธาและขอภาวนาให้คุณวิทัยทำสำเร็จจะเป็นกุศลมหาศาลกับประเทศไทย เพราะปัจจุบันนอนแบงก์อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 20-28% ต่อปี พิโกไฟแนนซ์, นาโนไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ย 36% ต่อปี ซึ่งธนาคารออมสินเห็นปัญหานี้ว่าเป็นการคิดดอกเบี้ยที่มีกำไรสูงเกินไป มีกำไรส่วนเกินอยู่มาก

ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นผู้มีรายได้ไม่เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วยสารพัดเหตุผลและจำใจต้องไปกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ต่างๆ เพื่อความจำเป็นในความอยู่รอด กลายเป็นช่องว่างให้ถูกโขกดอกเบี้ยสูงถึง 18-22% ต่อปีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งๆ ที่ต้นทุนทางการเงินของแหล่งทุนอยู่ที่ 6-8% เท่านั้นหรือเต็มที่ก็ 10% แต่มาโขกดอกเบี้ยจากคนจนมากกว่าเท่าตัว สูบเงินจากกระเป๋าคนจนไปสร้างความมั่งคั่งให้กับนายทุน ถ่างช่องว่างความเหลื่อมล้ำของสังคมให้ห่างจนสุดลูกหูลูกตา จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันมีกลุ่มทุนปล่อยเงินกู้หลายรายก้าวกระโดดขึ้นมาติดอันดับอภิมหาเศรษฐีของเมืองไทย

นอกจากสินเชื่อส่วนบุคคลแล้วสินเชื่อรถยนต์ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ปัจจุบันมียอดหนี้อยู่ในระบบประมาณ 1 แสนล้านบาท มีผู้กู้จำนวน 3 ล้านราย กลุ่มนี้เราจะเห็นโฆษณาเชิญชวนในรูปแบบต่างๆ มากมาย อนุมัติไวซึ่งเป็นความได้เปรียบสถาบันการเงินที่ต้องใช้เวลาในการอนุมัติเงินกู้ แต่ไม่ต้องพูดถึงดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายอ่วม ซึ่งคุณวิทัยมีแนวคิดว่าธนาคารออมสินจะเข้าไปรีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์กลุ่มนี้ และจะทำให้ดอกเบี้ยลดลงทั้งระบบ ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์คือลูกหนี้ 3 ล้านรายและครอบครัวที่จะมีเงินเหลือจากส่วนต่างดอกเบี้ยมหาโหดของพวกเงินด่วนทั้งหลายกลับเข้ามาอยู่ในกระเป๋าของลูกหนี้ แทนการสูบเงินจากผู้มีรายได้น้อยไปเพิ่มความั่งคั่งให้กับนายทุน วิทัยบอกว่าเป้าหมายสำคัญของธนาคารออมสินต้องการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของรายย่อยที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงให้ต่ำลงมา 8-10% เป็นเรื่องไม่ง่าย แต่ธนาคารออมสินจะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้

ทันทีที่วิทัยประกาศนโยบายนี้ออกไปก็มีสายตรงเข้ามาทันที ซึ่งมีทั้งมาเตือนด้วยความหวังดีว่าให้ระวังจะเดือดร้อนเพราะเป็นการไปทุบขุมทรัพย์ใหญ่ของนายทุนที่มีความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง และมีทั้งสายตรงมาเตือนเชิงปรามกึ่งๆ ตำหนิว่าสิ่งที่วิทัยกำลังจะทำไม่ใช่ภารกิจของธนาคารออมสิน ระวังจะถูกร้องเรียนว่าธนาคารของรัฐไปทำธุรกิจแข่งขันกับเอกชน และอีกหลายเหตุผลเพื่อยับยั้งไม่ให้ธนาคารออมสินลงมาข้องแวะกับขุมทรัพย์แสนล้านของกลุ่มทุน นี่เป็นแค่ปฐมบทเท่านั้น ศึกนี้คงต้องดูกันยาวๆ