เครดิตใหม่ หัวใจ Social

วันที่ 08 ก.ค. 2563 เวลา 07:02 น.
เครดิตใหม่ หัวใจ Social
คอลัมน์ ตลาดนัดการเงิน โดย...K-Expert บุษยพรรณ วัชรนาคา ที่ปรึกษาการเงินธนาคารกสิกรไทย

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกคนคงต้องใช้ชีวิตกันแบบมีระยะห่าง (Social Distancing) ไม่ว่าจะเรื่องการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) หรือการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการในสถานที่ต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า จากภาวะนี้ ทำให้หลายคนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตกันพอควร อย่างที่เห็นกันตามหน้าฟีดบน Social Platform ต่างๆ ว่า มีคนเข้าครัวโชว์ฝีมือทำอาหารมาอวดกันมากขึ้น ปลูกผักปลูกต้นไม้ หรือหันมาซ่อมแซมดูแลบ้านกัน ในอีกทางหนึ่ง คนที่ต้องการหารายได้เพิ่ม ก็หันมาลองใช้ช่องทางออนไลน์ในการสร้าง Content ต่างๆ ให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น YouTube, Facebook หรือ Instagram เผื่อจะกลายเป็นคนดังออนไลน์ หรือ Social Influencers กับเขาบ้าง

จากเรื่อง Social Influencers ผู้เขียนได้ไปอ่านเจอบทความหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับบัตรเครดิตแบบใหม่ที่ใช้ Social Stats มาเป็นตัวประกอบการพิจารณาการให้บัตรเครดิต เลยอยากเอามาเล่าสู่กันฟัง

Pain Point ของเหล่าคนดังออนไลน์

ปัญหาที่พบอย่างหนึ่งของการเป็น Social Influencers คือ การขอใช้บัตรเครดิตหรือวงเงินสินเชื่อต่างๆ ที่เป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้มีรายได้ประจำหรือทำธุรกิจแบบจริงจังควบคู่ไปด้วย เนื่องจากสถาบันการเงินทั่วไป จะปล่อยสินเชื่อหรือวงเงินให้ก็ต่อเมื่อเข้าคุณสมบัติต่างๆ ตามเงื่อนไขปกติ เช่น มีแหล่งที่มาของเงินได้แน่นอน มีอายุงานหรือประสบการณ์การทำงานเพียงพอ เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น Spencer Donnelly ซึ่งเป็น YouTuber ช่อง TheRussianBadger ที่มีคนกดติดตามราว 2.7 ล้านคนเพื่อรอดูคลิปการเล่นเกมออนไลน์ของเขา โดย Donnelly มีรายรับจากค่าโฆษณาประมาณปีละ 2-3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ แต่เขาไม่เคยได้รับอนุมัติวงเงินบัตรเครดิตใดๆ

Social Stats แนวใหม่ในการพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ

จาก Pain Point นี้ นาย Eric Wei และ Will Kim ผู้ก่อตั้ง Startup รายหนึ่งชื่อ Karat มองเห็นโอกาสจากจำนวน Social Influencers ที่ทำเต็มเวลาจริงจังกว่าล้านคน มูลค่าตลาดสูงราว 15 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ เลยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ชื่อ Karat Black Card บัตรเครดิตที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเหล่า Social Influencers เพื่อหวังเข้าไปครองใจ มีวงเงินเริ่มต้นให้ตั้งแต่ 5 หมื่นเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ โดยให้สิทธิพิเศษแตกต่างกันไป เช่น Gamer ก็ได้รับ Cash Back เมื่อใช้บริการ Streaming เกม หรือ Beauty Influencers อาจได้รับเป็นสิทธิประโยชน์เมื่อซื้อสินค้าด้านความสวยงาม เป็นต้น

แน่นอนว่า ปัจจัยที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณาวงเงินนั้นต่างไปจากวิถีปกติ โดยดูจาก Social Stats ต่างๆ ผสมกัน เช่น จำนวนผู้ติดตาม, Platform ที่อยู่, กระแสรายรับจากช่องทางต่างๆ, เงินสดที่มี ยกตัวอย่างเช่น การมีคนติดตาม 1 ล้านคนบน YouTube นั้น อาจได้คะแนนที่ดีกว่ามีคนติดตาม 10 ล้านคนบน TikTok ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ YouTuber นั้นสามารถสร้างรายรับได้ทั้งจากค่าโฆษณาและการกดติดตามช่อง ในขณะนี้ TikTok อาจจะระบุแหล่งการสร้างรายได้ไม่ชัดเจนเท่า

การมีปฏิสัมพันธ์กับคนติดตาม (Engagement) ก็เป็นอีกตัวที่สำคัญ เช่น Influencers ที่มีผู้ติดตาม 1 ล้านคน มีคนมา engage ด้วย 10% ก็ย่อมดีกว่า คนที่มีผู้ติดตาม 10 ล้านคน แต่มี engagement 1% เป็นต้น รวมถึงความเป็นมืออาชีพ ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ เช่น ความจริงจังในการทำธุรกิจ ความรวดเร็วในการตอบคำถามผ่านทาง e-mail

นอกจากนี้ ช่องทางการสร้างรายได้ที่หลากหลาย มากกว่า 1 ช่อง เช่น มีทั้งการทำ affiliate links, sponsorships, การสมัครสมาชิก หรือ ขายสินค้าควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้ เพื่อดูว่าเขาไม่ได้พึ่งพิงช่องทางการสร้างรายได้เพียงทางเดียว

ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น โดยสิ่งถัดไปที่พวกเขาอยากจะต่อยอดเพื่อแก้ Pain Point ของเหล่า Influencers ในการดำเนินชีวิต คือ การให้สินเชื่อบ้าน และนั่นเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่ารูปแบบการมองความน่าเชื่อถือผ่าน Social Stats ซึ่งต่างไปจากวิธีปกติของสถาบันการเงินนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไร